โอกาสในชีวิต…ครูคนหนึ่งสอนบทเรียนล้ำค่าเกี่ยวกับ ด้วยกระดาษและถังขยะ!!

0
278
Loading...

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องของครูคนหนึ่งที่อยากสอนเรื่อง “โอกาสในชีวิต” แม้ความรู้หลายอย่างจะสอนได้ด้วยตำรา แต่ก็ยังมีบทเรียนชีวิตอีกมากมายที่ตำราอธิบายไม่ได้และคุณครูคนหนึ่งก็ได้คิดค้นวิธีสอนเกี่ยวกับ ‘โอกาสในชีวิต’ ด้วยการใช้เพียงกระดาษและถังขยะ!?

หลายคนคงงงว่ามันพิสดารยังไง? แต่บอกได้เลยว่าสิ่งที่เขาใช้มันเทพจริง เป็นยังไงลองมาดูกัน… พอเริ่มคาบสอน ครูสั่งให้นักเรียนฉีกกระดาษออกมาหนึ่งแผ่นจากนั้นก็ขยำเป็นก้อน จากนั้นก็ลากถังขยะชิ้นหนึ่งมาหน้าคลาสเขาบอกว่า “เกมนี้เล่นง่ายๆ ครูอยากให้พวกเธอลองสมมติว่าตัวเองเป็นประชากรของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนก็ต้องอยากมีโอกาสประสบความสำเร็จ มีโอกาสร่ำรวยใช่มั้ยล่ะ”

“และวิธีที่พวกเธอจะประสบความสำเร็จได้ก็คือ เธอต้องโยนกระดาษในมือลงในถังขยะตรงนี้ให้ได้…เอ้าลองดูสิ”

แต่ก่อนเกมจะเริ่ม นักเรียนที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของชั้นเรียนก็ยกมือบอกว่า “ครูฮะ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมนี่ผมนั่งอยู่ด้านหลัง ฉะนั้นคนที่อยู่ ‘แถวหน้า’ ก็ต้องมีโอกาสโยนลงถังมากกว่า”

จากนั้นนักเรียนทุกคนก็เริ่มปากระดาษลงไปในถังขยะ…และผลลัพธ์ก็ออกมาตามคาด ซึ่งคนส่วนมากที่โยนกระดาษลงถังคือนักเรียนแถวหน้า (แต่ไม่ใช่ทุกคนที่โยนลง) และนักเรียนที่นั่งหลังห้องบางคนก็โยนลงเช่นกัน (แต่น้อยมาก)

ซึ่งคุณครูสรุปไว้ว่า “นี่ล่ะครับ แต่ละคนมีต้นทุนชีวิตและมีโอกาสไม่เท่ากัน ซึ่งยิ่งการอยู่หน้าแถวก็เปรียบเหมือนการที่คุณเกิดมารวย หรือการที่คุณมาเรียนหนังสือก็หมายความว่าคุณกำลังมีโอกาสมากกว่าคนทั่วไปส่วนคนที่นั่งหลังห้องก็เปรียบเหมือนพวกที่ชีวิตติดลบ หรือบ้านยากจน”

“ฉะนั้นถ้าจะให้ครูพูดย้ำแบบชัดๆก็คือ ทุกคนไม่มีทางได้โอกาสที่เท่าเทียมกัน และยังไงคนที่อยู่หน้าแถวก็มีโอกาสมากกว่า เพราะเค้าอยู่ห่างถังขยะแค่ 10 ฟุต”

“แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนนั่งด้านหลัง มีต้นทุนติดลบต้องยอมแพ้นะ เพราะตอนนี้พวกเธอทุกคนในห้องนี้ได้รับการศึกษาแล้ว และหน้าที่ของพวกเธอก็คือ การใช้ ‘การศึกษา’ ในทางที่ถูกต้อง

และให้มันนำไปสู่โอกาสในการเข้าถึงหน้าที่การงานที่ดี ทุ่มเททำมันให้ดีที่สุด ซึ่งคุณก็จะกลายเป็นคนประสบความสำเร็จในท้ายที่สุดนั่นเอง” โอ้โห เพื่อคุณขอคาราวะในวิธีการสอนของครูท่านนี้เลย ฉลาดคิด ฉลาดพูด แถมยังเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจอีกด้วย

ขอขอบคุณที่มาจาก : meekhao

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here