อยากรักษาศีล ต้องสมาทานหรือไม่?

0
109
Loading...

รักษาศีล ต้องสมาทานหรือไม่ “การรักษาศีล” ท่านแบ่งไว้ ๔ แบบ คือ

– สมาทานวิรัติ ๑

– เจตนาวิรัติ ๑

– สัมปัตตวิรัติ ๑

– สมุทเฉจวิรัติ ๑

– สมาทานวิรัติ หมายถึง “การตั้งสัจจะต่อหน้าพระสงฆ์” กรณีขอศีลจากพระสงฆ์ว่า ข้าพเจ้าจะงดเว้น ในศีล ๕ ศีล ๘ หรือศีล ๑๐ “เหมาะสำหรับท่านที่ ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง” ต้องการระลึกถึงบ่อย ๆ “คือเอาพระสงฆ์เป็นพยาน”

– เจตนาวิรัติ คือ “ตั้งสัจจะกับตัวเอง” ว่าจะรักษาศีลให้ครบถ้วน ให้บริบูรณ์ “เอาตัวเองเป็นพยาน” อย่างนี้ สำหรับผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความมั่นใจสูง มีศรัทธาแก่กล้ามากขึ้น

– สัมปัตตวิรัติ หมายถึง ศีลเกิดขึ้นโดยธรรม แต่เป็นครั้งเป็นคราว ไม่สม่ำเสมอ ไม่ต่อเนื่องกัน เช่น “คนที่เคยยิงนก ตกปลา พอเห็นนกเห็นปลาติดอวนติดแห ก็เกิดความสงสาร จึงปล่อยนกปล่อยปลานั้นไป” อย่างนี้เรียกว่า “ศีลเกิดขึ้นโดยธรรม”

– สมุทเฉจวิรัติ คือศีลของบรรดาท่านพระอริยะเจ้า(ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป) “เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องสมาทาน ไม่ต้องกำหนด” เกิดขึ้นโดยธรรมและสม่ำเสมอ ไม่มีด่างพร้อย ไม่มีเศร้าหมอง คงอยู่ตลอดชีวิต

อนิสงค์ของศีล ที่ว่า “สีเลน สุคติงฺยันฺติ สีเลนโภคสัมปทา” นั้น “เกิดจากการรักษาศีล” ไม่ได้เกิดจากการสมาทานศีลเหตุนั้น

“การรักษาศีล จะสมาทานหรือไม่สมาทาน หากงดเว้นตามข้อห้ามของศีล ก็เรียกว่า ได้บุญได้กุศล ได้อานิสงส์เสมอกัน เพราะที่สุดของศีล คือเจตนางดเว้น” (วิรัติ) ..

ขอขอบคุณที่มาจาก : 108resources.com

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here