อร่อยแน่ !! แจกฟรีสูตรน้ำปลาร้านัวๆ รับรองแซ่บเวอร์ ใส่ส้มตำลูกค้าติดใจ ทำขายมีโอกาสรวยเละ !

0

คนอิสานอย่างเราๆถ้าไปอยู่ต่างถิ่นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในครัวเห็นจะเป็นปลาร้านะคะ กลับบ้านต่างจังหวัดทีก็ต้องหอบเอาเจ้ากระปุกปลาร้ากลับมาเป็นของฝากเสมอ ผู้เขียนเองก็ไม่เคยขาดปลาร้าไว้ในบ้านเลยเช่นกันคะ วันนี้บ้านน้อยดอทคอมก็เลยมีวิธีและสูตรเด็ดเคล็ดลับ ในการต้มหรือปรุงปลาร้าดิบ ไว้ใช้เวลาจะทำส้มตำ,รับประทานกับขนมจีนปล่าวๆหรือปรุงกับแจ่วหรือน้ำพริกต่างๆให้ท่านผู้อ่านได้นำไปใช้กันน่ะค่ะ รวมเมนูเด็ดภาคอิสานที่นี่

เคยไหมคะเวลาทานส้มตำ หรือต้มแกงต่างๆในต่างจังหวัด แล้วรู้สึกว่าปลาร้าไม่หอม ไม่นัวเหมือนเรารับประทานแถวอิสานบ้านเรา ด้วยความที่เป็นอิสานแท้ๆ ปลาร้าที่ชาวบ้านทำเองจะสะอาดและรสชาตินัวแบบแซ่บอิหลี บางร้านก็เค็มจนแสบลิ้นเลยก็มี วันนี้ผู้เขียนมีเลยมีสูตรเด็ดในการต้มน้ำปลาร้า แซ่บๆนัวๆมาฝากกันคะ ใช้ได้ทั้งกับปรุงส้มตำ และยำขนมจีน หรือซาวขนมจีนหรือข้าวปุ้นคะ

ส่วนประกอบ

1.ขาดไม่ได้เลย ก็คือปลาร้า 1 กก ใช้ปลาร้าปลากระดี่ หรือปลาร้าเจ้าประจำที่ท่านชื่นชอบ

2.ใบน้อยหน่า

3.ใบกระถิน

4.น้ำกระเทียมดอง

5.น้ำตาลปิ๊บ

6.ผงปรุงรส (อันนี้แล้วแต่ความชอบคะ)

7.เปลือกสัปปะรด 3-4 ชิ้น (ตอนซื้อสัปปะรดตามรถเข็นก็ขอเปลือกเค้าด้วยก็ได้ กรณีที่เราไม่ซื้อมาเป็นลูกนะคะ)

8.ใบหม่อน (ถ้าหาได้หากหาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ)

9.น้ำเปล่าสะอาด

10.กะปิ

วิธีและขั้นตอนในการต้มน้ำปลาร้า

1.ตั้งน้ำประมาณครึ่งหม้อ ( ใช้หม้อแกงเรานี่แหละค่ะ ) ตั้มน้ำให้เดือด

2.ใส่ปลาร้าลงไปในหม้อ ใส่ทั้งตัวปลาร้าและน้ำปลาร้าเลยนะคะ ทิ้งไว้ให้เดือด

3.ใส่ใบน้อยหน่าประมาณ 5-10 ใบ ( ใส่เพื่อดับกลิ่นคาวและฉุนของปลาร้า ) ตามด้วยเปลือกสัปปะรด,ใบกระถินเพิ่มความสวยของสีของน้ำปลาร้า,ใบหม่อน (เพิ่มรสชาติความนัวของปลาร้า) ทิ้งไว้ให้เดือด และเนื้อของปลาร้าและส่วนประกอบต่างๆเปื่อยและสุกเข้ากันกับน้ำปลาร้า

4.ปรุงรสด้วย น้ำกระเทียมดองใส่ลูกกระเทียมลงไปด้วย,กะปิ 1 กระปุกเล็ก,ผงปรุงรส ทิ้งไว้ให้เดือด ประมาณ 20-30 นาทีเพื่อให้ปลาร้าเปื่อยได้ที่ ลองชิมรสดู ไม่ให้รสจืดมากให้กลมกล่อมพอดีๆ ถ้ารสชาติไม่เข้มข้นตามต้องการก็สามารถเพิ่มน้ำปลาร้าลงไปได้

5.ทิ้งไว้ให้เย็นแล้ว กรองเอาแต่น้ำปลาร้าเก็บใส่กระปุกหรือขวดน้ำ เก็บใส่ตู้เย็นไว้รับประทานได้เป็นปีๆเลยคะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : kratisod.com

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here