ปราชญ์ยุโป..สร้างคนดี เรียนรู้วิธี..ปลดหนี้ ธ.ก.ส.

0
61
Loading...

“ความไม่สงบชายแดนใต้ จะออกจากบ้านไปทำมาหากินมันยากลำบาก ยิ่งทำไปแล้วขายไม่ได้ราคา หักกลบลบหนี้ขาดทุน กลายเป็นหนี้ ธ.ก.ส. แต่ถ้าเราปรับเปลี่ยนความเป็นอยู่แบบความเรียบง่าย เราก็อยู่ได้”

พินัย แก้วจันทร์ ปราชญ์ชาวบ้าน ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา บอกถึงอดีตเมื่อก่อนทำเกษตรปลูกเชิงเดี่ยว ปลูกข้าวกับทำสวนยาง ไปๆมาๆคนอื่นมีเหมือนเราหมด ไม่รู้ขายใคร ขายไม่ได้ราคา ในที่สุดต้องขายที่ขายทางไปมากโข เลยหวนมานึกถึงคำบิดาที่ทำนามาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ส่งลูกหลายคนเรียนหนังสือได้ ไม่มีหนี้สิน เพราะพ่อใช้วิธีจ่ายเท่าที่จำเป็น ปลูกเอง กินเอง มีเหลือไว้ขาย มีรายได้ ไม่เดือดร้อน

ปี 2538 จึงใช้พื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน พื้นที่แปลงสุดท้ายเหลืออยู่ข้างบ้าน นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต…แปลงเป็นสวนสมรม ปลูกไม้กินสารพัดอย่างผสมปนเปลงไปในสวนยาง มีทั้งมังคุด ทุเรียน เงาะจันทน์เทศ จำปาดะ มะไฟ ลองกอง ส้มแขก สะตอ ลูกเนียง ลูกเหรียง ลูกฉิ่ง ลูกแว้ง หน่อปุด ส้มป่อย หญ้าช้อง ฯลฯ

มีทั้งปลูกไว้กินเอง มีเหลือขาย แถมได้ตอนกิ่งพันธุ์ขายให้กับคนทั่วไป…ไม้ผลกินขายไม่หมด เอามาแปรรูปเป็นสินค้าวางขายหน้าบ้านให้คนผ่านไปผ่านมา สินค้าที่เด่นดังต้องยกให้ส้มแขกตากแห้ง กวน เชื่อม ออกจำหน่ายจนกลายเป็นสินค้าโอทอปของจังหวัดยะลา

นอกจากนี้นั้น เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เลี้ยงผึ้งทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกไว้ใช้เอง เอาน้ำส้มควันไม้มาทำเป็นสารไล่แมลงศัตรูพืช ทุกอย่างลงมือทำเองอยู่ในเขตรั้วบ้าน

23 ปีผ่านไป ณ วันนี้ แปลงเกษตรทำกิน 2 ไร่ครึ่ง ได้กลายเป็น ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน เป็น 1 ใน 59 แห่งศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริในเขตพื้นที่จังหวัดยะลา ที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา และ ธ.ก.ส. เลือกให้ศูนย์เรียนรู้เป็นแหล่งองค์ความรู้ที่สำคัญแก่กลุ่มเกษตรกรที่เป็นหนี้กับธ.ก.ส. และเข้าโครงการพักชำระหนี้ ได้มาอบรมปีละประมาณ 3,000 คน แบ่งเป็นรุ่น รุ่นละ 100-200 คน โดยใช้เวลาอบรม 3 วัน 2 คืน

เพื่อเรียนรู้การบริหารจัดการ ในเรื่องออมเงิน ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเก็บเงินเผื่อ หรือเงินที่ไปชำระเงินกู้ ให้ดำรงตนอย่างพอเพียง พอประมาณ ตามหลักการ อดทน สู้งาน หาประสบการณ์ พึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ตามแบบที่ พินัย แก้วจันทร์ ได้ทำไว้ตามหลักคิด “ทำให้ดู-อยู่ให้เห็น-สอนให้เป็น”

ช่วยให้ผู้ล้มเหลวในชีวิตเกษตรที่เข้ามาอบรม 90% สามารถนำองค์ความรู้ไปลดรายจ่าย สร้างรายได้ มีเงินนำไปปลดหนี้ ธ.ก.ส. ตั้งแต่หลักแสน ไปถึงหลักล้าน ในเวลาเพียงไม่กี่ปี

โดยไม่ต้องตะลอนๆหอบหิ้วสินค้าไปขายตามตลาดให้เสี่ยงลูกปืนและระเบิด.

ขอขอบคุณที่มาจาก : thairath.co.th

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here