8 วิธีไล่และกำราบงูที่ได้ผลดีที่สุด

0
218
Loading...

ฤดูฝนย่างกรายเข้ามาหาทุกย่อมหญ้าและทุกครัวเรือน อย่างไรเสียอย่าลืมพกร่มกันฝนเอาไว้ด้วย แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ฝน มันอยู่ที่สิ่งที่กำลังจะตามมากับฤดูฝน นั่นก็คือ เหล่าสัตว์ใหญ่น้อยทั้งหลาย ที่เข้ามาขอหลบฝนในเคหสถานของท่าน บางตัวมาแบบไม่เต็มใจเลยก็มี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์เลื้อยคลาน ประเภทงู โอ้ว…แม่เจ้า เลื้อยเข้ามาในบ้านได้ไม่เว้นแต่ละวัน เหมือนมาหาที่พักพิงอาศัยถาวรอย่างไรก็อย่างนั้น

คุณแม่บ้านหลายๆ ท่านคงขนลุกซู่เมื่อเห็นสัตว์อย่างงูแวะเวียนเข้ามาในบ้าน และไม่อยากเจอะเจอกับมันอีก วันนี้ทีมข่าว Feel Good เลยขอจัดหมัดเด็ดกับ 8 วิธีไล่และกำราบงูไม่ให้เข้ามารบกวนใจคุณอีก นั่นแน่…สนใจแล้วใช่ไหมล่ะ มาดูกันดีกว่าว่า มีวิธีไหนบ้างที่จะไม่ให้เจ้างูเหล่านี้แวะเวียนมาได้อีก

1.เลี้ยงสัตว์ช่วยได้

หลายๆ ท่านคงจะเห็นกรณีที่สุนัขเวลาพบกับงูนั้น มักจะเห่าและกัดงูไม่หยุด ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณเตือนที่ดีที่จะทำให้เรารู้ว่า งูได้เข้ามาในบ้านของคุณแล้ว ดังนั้นสัตว์เลี้ยงจึงเป็นเพื่อนคู่บ้านที่คอยไล่งูแบบได้ผลชะงัด อย่างการเลี้ยงสุนัข แมว ห่าน หรือสัตว์อื่นๆ เพราะสัตว์เลี้ยงประเภทนี้ จะไวต่อกลิ่นของสัตว์ที่เป็นอันตรายแก่ตัวมันเองเป็นอย่างดี

2.งูหายด้วยน้ำมันก๊าด

ในเมื่องูไม่ชอบกลิ่นฉุน เราก็ใช้กลิ่นฉุนนี่แหละเป็นตัวจำกัด และสิ่งที่ขึ้นชื่อได้ว่าฉุนและหาง่ายที่สุดในครัวเรือน นั่นก็คือ น้ำมันก๊าด ซึ่งเราสามารถนำน้ำมันก๊าดไปพ่นบริเวณที่มีงูอาศัยอยู่ หรือทางที่งูใช้สัญจรบ่อยๆ ซึ่งถ้าพ่นแล้วความแรงและกลิ่นของมันจะช่วยสกัดไม่ให้งูออกมาเพ่นพ่านได้อีก แต่ระวังคือ อย่าพ่นในที่ใกล้ไฟ เพราะอาจทำให้เกิดอัคคีภัย

3.ปราศจากงูเพราะใช้กำมะถัน

ไม่น่าเชื่อว่าผงสีเหลืองอย่างกำมะถันจะช่วยไล่งูได้จริงๆ เพียงแค่นำผงกำมะถันมาผสมกับน้ำ แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นราดไปรอบๆ บริเวณที่มีงูเลื้อยผ่าน อาทิ ขอบรั้ว ช่องระบายน้ำ หรือพงหญ้ารกบริเวณหลังบ้าน แค่นี้งูที่ท่านเกลียดก็ไม่เข้าหาท่านอีกแน่นอน สบายใจได้

4.อย่าดันทุรังให้มีแหล่งกบดานและอาหาร

ธรรมชาติของงู รู้กันอยู่แล้วว่า ชอบกินหนู กบ เขียด ตุ๊กแก และสัตว์ตัวเล็กๆ หากที่บ้านมีแหล่งอาหารให้เจ้างูมากมายขนาดนี้ ไม่แปลกที่งูจะเข้ามาขอพักพิงอาศัย ดังนั้นหมั่นกำจัดสัตว์ที่เป็นแหล่งอาหารเหล่านี้ ด้วยการทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ เพื่อตัดวงจรอาหารนี้ออกไป แค่นี้บ้านคุณก็ปลอดภัย รวมไปถึงสถานที่ที่งูจะเข้ามาทำรังหรือใช้อาศัยอยู่เป็นประจำ อย่างพงหญ้ารก พุ่มไม้หนา หรือตอไม้ผุต่างๆ ควรจัดการให้เรียบร้อยและโปร่งมากขึ้น

5.ประสานงานหน่วยกู้ภัย

ถ้าโชคร้ายมีงูเข้ามาหาถึงในบ้านท่านแล้ว และเกินกำลังกว่าจะไล่ออกไปได้ ขอให้ท่านจงมีสติและโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 199 ทันที เพื่อให้หน่วยกู้ภัยมาจัดการ เพราะตัวคนเดียวท่านอาจจะรับมือกับมันไม่อยู่ ปล่อยให้ผู้ชำนาญมาจัดการเองดีกว่า เพราะเขามีวิธีการจับและอุปกรณ์ที่ครบมือมากกว่า

6.ใช้น้ำมันเครื่องเก่าไล่งู

วิธีนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยในการไล่งู โดยใช้น้ำมันเครื่องเก่าๆ ของเรานี่แหละ ด้วยการนำน้ำมันเครื่องเก่านั้นมาชุบกับเศษผ้า แล้วนำไปวางตามขอบรั้วหรือในที่ที่จะมีงูเลื้อยผ่าน เมื่องูได้กลิ่นน้ำมันเครื่องเหล่านี้ งูจะเข็ดขยาดและไม่มาเยือนสถานที่ตรงนี้อีก เจ๋งใช่ไหมล่ะ…ลองไปดู ถึงแม้ว่ามันจะดูดำไปหน่อย แต่เพื่อความปลอดภัย ก็น่าลองอยู่เหมือนกัน

7.ใช้ตาข่ายกันงูเข้าสู้

สำหรับวิธีดังกล่าวสามารถกันงูได้เพียงอย่างเดียว แต่อย่าไปกำจัดด้วยตัวเอง ให้หน่วยกู้ภัยมารับช่วงต่ออีกที โดยให้นำตาข่ายไนลอนหรือตาข่ายดักนก มาขึงด้วยไม้ไผ่ แล้วนำมาล้อมรั้วบ้านของเราเอาไว้อีกที เมื่องูเลื้อยเข้ามาติดตาข่ายและไปไหนไม่ได้อีก ก็ส่งต่อให้กับหน่วยกู้ภัยมาจัดการในลำดับถัดไป

8.งูร้ายพ่ายมะกรูด

ภูมิปัญญาไทยของแท้กับลูกมะกรูดไล่งู โดยให้นำผลมะกรูดมาผ่าซีก วางไว้ตามมุมบ้าน รั้ว หรือในที่ที่คาดว่าจะมีงูมาหลบซ่อนอยู่ ในนำมะกรูดที่ผ่าแล้วไปวางไว้ในบริเวณนั้น เมื่องูสัมผัสได้ถึงกลิ่นและความเป็นกรดของมะกรูดเข้า งูจะไม่อยากเข้าใกล้สถานที่นั้นอีกเลย หรือแนะนำว่าให้หาต้นมะกรูดมาปลูก ก็จะดีไม่น้อย เพราะนอกจากใช้ไล่งูแล้ว ยังนำไปประกอบอาหารได้อีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นโชค 2 ต่อเลยล่ะ

ยิ่งช่วงนี้เป็นหน้าฝนด้วย ยิ่งต้องระมัดระวังเรื่องของงูเงี้ยวเขี้ยวขอเป็นพิเศษ

ทางที่ดี กันไว้ดีกว่าแก้ น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยภายในบ้านและตัวคุณเอง

ด้วยความปรารถนาดีจากทีมข่าว Feel Good

ขอขอบคุณที่มาจาก : manager.co.th

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here