โจรใจบาปตี ฟัน แทง และยิงจนสลบ..แต่ไร้ร่องรอย เพียงแค่หัวปูด ย้อนตำนาน “หลวงปู่เก่ง(หลวงปู่ไก่ชน) “พระเถราจารย์เชี่ยวชาญสมุนไพร ปราบผี

0
12

ประวัติหลวงปู่เก่ง ธนวโร (หลวงปู่ไก่ชน) วัดกิตติราชเจริญศรี บ้านนาแก ตำบลระเว อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

หลวงปู่เก่ง ธนวโร หรือ อีกนามว่า หลวงปู่ไก่ชน ถือเป็นพระอริยสงฆ์ที่สืบทอดจริยาวัตรปฏิบัติจากครูบาอาจารย์ได้ดีเยี่ยม ท่านเป็นศิษย์พระครูวิโรจน์รัตโนบล (ญาท่านดีโลด) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี สืบทอดวิชาตำรายันต์ฝังดาบ ทำหลักเขตบ้าน เรียนวิชาสายมหาปราบ แก้ที่แก้ทาง ที่มีเจ้าที่ดุร้าย จากญาท่านพรหมา วัดบ้านระเว และญาท่านรัตน์ วัดบ้านหัวดอน พระอุปัชฌาย์ เป็นผู้มีความเคารพในวิชาและศรัทธาในหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท หลวงปู่ท่านสามารถขับไล่ผี ปราบผีดุร้าย และนั่งทางในหยั่งรู้ เรื่องราวต่างๆได้ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ในสมัยก่อนแถบพิบูลมังสาหารจะได้ยินชื่อพระที่โด่งดังสามองค์ด้วยกัน หลวงปู่แพง ญาท่านสวน หลวงตาเก่ง ท่านเป็นคนที่สมถะเรียบง่าย มีเมตตาสูง อ่อนน้อมถ่อมตนหลวงปู่เก่ง ธนวโร เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๙ เดือนกันยายน ๒๔๖๖ แรม ๑๔ ค่ำเดือน ๙ ปีกุน เป็นวันธงชัย ในตระกูล “วงศ์สวัสดิ์” โดยมีพี่น้อง ๖ คน ในวัยเด็กหลวงปู่เก่งเป็นเด็กรูปร่างผอมบาง ตัวเล็กคล่องแคล่ว มีจิตใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว

เมื่ออายุได้ ๑๘ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรโดยมีญาท่านพรหมา เจ้าอาวาสบ้านระเว เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบรรพชาเป็นสามเณร ในขณะนั้นหลวงพ่อพระครูวิโรจน์รัตโนบล(ญาท่านดีโลด) เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีในอดีต ได้เป็นประธานในการสร้างอุโบสถบ้านโพธิ์ศรี และบุรณะอุโบสถเก่าแถบตำบลโพธิ์ศรีและตำบลระเว เมื่อมีพระเถระผู้ใหญ่มาในท้องที่พระสังฆาธิการในละแวกใกล้เคียงจึงได้ทำการ ต้อนรับ รวมทั้งญาท่านพรหมา และพระในปกครอง หลวงปู่เก่งในขณะนั้นเป็นสามเณรและทำหน้าที่อุปฐากพระอุปัชฌาย์ได้เห็นอาจริ ยาวัตรของพระเถระผู้ใหญ่ รวมทั้งพระครูวิโรจน์รัตโนบล ซึ่งท่านได้เห็นสามเณรเก่งก็เกิดความเมตตาเป็นอย่างยิ่ง และได้ทราบว่าเป็นคนที่มีต้นตระกูลมาจากบ้านกระโสบ- หมากมี่ อำเภอเมืองด้วยแล้ว จึงเอ็นดูเป็นพิเศษ

เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จึงได้เข้าอุปสมบทที่วัดบ้านหัวดอน โดยมีญาท่านรัตน์ เจ้าอาวาสวัดบ้านหัวดอน เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า “ธนวโร” แปลว่า ผู้มีทรัพย์อันประเสริฐ เมื่ออุปสมบทแล้วได้มาจำพรรษาที่วัดกิตติราชเจริญศรี บ้านนาแก ศึกษาการปฏิบัติตามแนวทางของครูบาอาจารย์ได้ออกธุดงค์ไปในแถบแม่น้ำมูลตอน ล่าง เลียบลำน้ำโขงตามรอยธรรมของหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ข้ามไปในประเทศลาว ภูมะโรง เป็นระยะเวลา เกือบ ๑ ปี ในการเดินธุดงค์นั้นหลวงปู่ได้ติดเชื้อไข้มาลาเรีย แต่ยังฝืนเดินไปเรื่อยจนไข้ขึ้นหนักมากจึงได้กลับมาพักรักษาด้วยยาสมุนไพรจนหายขาด หลังจากหายเป็นปรกติแล้วหลวงปู่เก่งสงสัยว่ารากไม้ทำไมจึงรักษาโรคต่างๆได้ จึงเรียนตำรายารากไม้จากพ่อหมอทุม ซึ่งเป็นชาวบ้านหนองโพ ตำบลโพธิ์ศรี และศึกษาวิธีการใช้ยารักษาคนกับอาจารย์เป็นระยะเวลา ๙ ปี จนมีความเชี่ยวชาญ และได้เรียนวิชายาสมุนไพรเพิ่มเติมจากหมอยาชาวจีนอีกเป็นระยะเวลา ๕ ปี จนมีความแตกฉานในเรื่องยารากไม้และยาสมุนไพรเป็นอย่างยิ่ง มีผู้ป่วยมารับการรักษามากและมีชื่อเสียงในขณะนั้น

ข่าวการรักษาคนป่วยของหลวงปู่เก่งได้ขยายไปในวงกว้างและมีผู้มารักษาเป็น จำนวนมาก ทราบข่าวถึงหูโจรใจบาปคิดว่า  หลวงปู่คงจะมีเงินจากการรักษามาก จึงได้รวมตัวกันเข้าปล้นสะดมในเวลากลางคืนพวกโจรใจบาปทั้งหลาย ทั้งตี ทั้งฟัน ทั้งแทง และยิงกะเอาให้ตาย จนหลวงปู่สลบไปและรื้อค้นได้เงินไปจำนวนหนึ่ง และของมีค่าที่หลวงปู่เก็บรักษาไว้ไปอีกหลายชิ้น พอฟื้นขึ้นมาหลวงปู่มีอาการแค่หัวโน และถลอกตามแขนขานิดหน่อยเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งคนป่วยบางจำพวกที่รักษาด้วยยาสมุนไพรไม่หายคือคนป่วยโรคจิต คือโรคจิตเกิดจากธาตุในกายกำเริบ อีกอย่างคือโรคจิตจากการเข้าแทรกด้วยผู้มีอำนาจกว่า (ผีเข้า) และโรคจิตที่เกิดจากการกระทำหรือที่เรียกว่าคุณไสย ด้วยความ เมตตาหลวงปู่เก่งจึงรักษาด้วยการขับไล่ผีร้ายออกไป ตามวิชาครูธรรมที่ได้เรียนธรรมสายมหาปราบ จนมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคจิตและถูกคุณไสยที่ญาติพามารักษาและมอบให้หลวงปู่ รักษาเป็นจำนวนมาก บางคนดุร้ายมากถึงกับต้องล่ามโซ่ติดกับต้นไม้ใหญ่ไว้(เป็นที่ชินตากับคนที่ มาหาหลวงตาในอดีต) หลวงปู่เก่งท่านก็เมตตารักษาด้วยพลังจิตควบคู่ไปกับยาสมุนไพรด้วย เมื่อหายขาดแล้วจึงได้ตามญาติมารับกลับไป หลวงปู่เก่งยังสามารถสื่อสารกับ เจ้าที่เจ้าทางได้ ปราบผีปอบ ผีเข้าเจ้าสูญ และทำหลักเขตหมู่บ้านตามตำราของอาจารย์พระครูวิโรจน์รัตโนบล (หลวงปู่ดีโลด) และ ญาท่านรัตน์พระอุปัชฌาย์

หลวงปู่เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการรักษาด้วยยาสมุนไพร จึงมีผู้มาตามไปรักษาและตรวจเยี่ยมคนป่วยที่อยู่ต่างถิ่นระยะทางไกลและ กันดาร “เจ้าสีหมอก” ม้าคู่บารมีหลวงปู่ได้เมตตาเล่าให้ฟังว่าเป็นม้าที่พยศและดุร้ายมากถ้าไม่ ใช่เจ้าของมันจกัดและไม่ยอมให้ขึ้นขี่ได้ง่ายๆ แต่วิ่งเร็วมากและมีความอดทนเป็นเยี่ยม หลวงปู่ขี่เจ้าสีหมอกไปรักษาคนป่วยในแถบ อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอนาจะหลวย อำเภอตระการพืชผล อำเภอเขื่องใน อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอเดชอุดม โดยเฉพาะบ้านบักมาย บ้านเม็กกุดเลา บ้านเม็กน้อย บ้านเม็กใหญ่ อำเภอเดชอุดม และบ้านท่าช้าง อำเภอสว่างวีระวงศ์ จะนิมนต์หลวงปู่ไปเยี่ยมเป็นประจำทุกปี เวลาเทศกาลเข้าพรรษาจะมีคณะลูกศิษย์ที่ครอบขันครูรักษาจะมาส่งขันดอกไม้ ประจำปีนับพันขัน หลวงปู่เก่งยังเก่งเรื่องปลุกเสกวัตถุมงคล ด้วยความสมถะเรียบง่ายไม่โอ้อวด จึงมองเป็นเพียงแค่หลวงตาแก่ๆคนหนึ่ง แต่การปลุกเสกวัตถุมงคลของหลวงปู่มีพลังเข้มแข็งมาก และตั้งใจประคองจิตในเวลาปลุกเสก จนได้รับการนิมนต์ไปปลุกเสกวัตถุมงคลวัดอื่นอยู่เป็นประจำ

ประสบการณ์พระเครื่อง ผมเคยถามว่า หลวงตาเวลาเสกพระอัญเชิญบารมีพระหรือเปล่า ?  ท่านกล่าวว่า ใช่ เวลาเสกท่านอัญเชิญบารมีพระ พร้อมสวดคาถาอัญเชิญพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ ให้ผมด้วย  ถ้าใครเป็นแฟนชาวเว็บ อำพลเจน คงรู้จักหลวงตาเป็นอย่างดี !หลวงตาท่านเป็นพระที่ธรรมดาในความไม่ธรรมดา  ท่านเป็นลูกศิษย์ ญาท่านพรหมมา กับ พระครูวิโรจณ์รัตโนบล ท่านเมตตากับลูกศิษย์ลูกหามาก ท่านเมตตาผมจนบางครั้งผมก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้

มีคนจากอุบลราชธานีเป็นญาติของผมโทรมาบอกว่า เหรียญหลวงตาก่อเกิดปาฏิหารย์แล้ว  ผมตกใจมาก  เคยมีครูบาอาจารย์บอกว่าเหรียญนึ้พลังดีมาก มีปาฏิหาริย์แล้วน่ะ  เรื่องมีอยู่ว่า มีท่านหนึ่งมากราบหลวงตา หลวงตาท่านมอบเหรียญให้เหรียญหนึ่ง ไปไว้บูชา ปรากฏว่ารถของเขาไปชนกับรถคนอื่น รถมีสภาพเละทั้งคัน แบบว่า ถ้ารอดก็ดวงดี ตัวเขาไม่เป็นอะไรเลย ห้อยไว้อยู่องค์เดี่ยวคือเหรียญหลวงตา เขาได้มากราบสักการะหลวงตาแล้วบอกว่า หลวงปู่ขอบคุณครับ ที่ช่วยชีวิตผม ท่านบอกว่า อะไรเราไม่ได้ช่วย เขาบอกว่า ก็ผมห้อยเหรียญหลวงปู่องค์เดียว ท่านบอกว่า ดวงเอ็งไม่ถึงฆาต เอ็งเลยไม่ตาย  แสดงให้เห็นว่า ท่านไม่เคยโอ้อวดตัวท่านเลยว่าท่านช่วย แล้วผมเชื่อว่าด้วยอำนาจพระพุทธคุณ พระธัมมคุณ พระสังฆคุณที่หลวงตาเคยกล่าวไว้ ได้ช่วยชีวิตเขาไว้ บวกด้วยอำนาจจิตของหลวงตาด้วย

ขอขอบคุณที่มาจาก : dailynews.co.th

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here