ควายร้องไห้อ้อนวอน คุกเข่ากับคนแร่เนื้อ เพราะรู้ชะตากรรม สุดท้ายกรรมก็คืนสนอง

0
603
Loading...

อย่างที่เรารู้กันว่าสัตว์นั้นจะมีสัมพัสพิเศษที่เรียกว่า สัมผัสที่ 6 ซึ่งเขาอาจรับรู้และมองเห็นในสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเรานั้นมองไม่เห็น อย่างเช่นเรื่องของ ควายตัวหนึ่ง ที่ถูกพ่อค้าขายเนื้อซื้อเอาไว้ เพื่อที่จะแร่เนื้อขาย เจ้าวัวเองก็เหมือนจะรู้ชะตากรรมของตนเอง อาจด้วยสัมผัสพิเศษ หรือสัญชาติญาณก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่ความตัวนี้แสดงออกก็คือ น้ำตาที่ไหลออกเหมือนกับคนที่ร้องไห้เสียใจ ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ยอมไปไหน แม้เจ้าของจะลากเท่าไหร่ก็ตาม

เมื่อเห็นว่าเจ้าควายนั้นดื้อ ไม่ยอมเดิน เขาจึงใช้แส้ฟาดเข้าไปอย่างแรงหลายๆ ครั้ง จนควายต้องยอมจำนนในที่สุด และขยับตัวไปตามแรงดึงของคนขายเนื้อ ระหว่างการจูงควายกลับบ้านนั้น ก็ได้ผ่านบ้านของเถ้าแก่คนนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่มีความเมตตา ด้วยสัมผัสของความดูเหมือนจะรับรู้ได้ ก็คุกเข่า ทั้ง 2 ข้างของตนเองและล้มลงต่อหน้าบ้านของเถ้าแก่ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยน้ำที่ไหลออกมา ไม่ว่าใครได้เห็นก็จะรู้เลยว่า ควายตัวนี้กำลังร้องไห้อยู่เป็นแน่นอน เมื่อเห็นภาพๆ นั้น เถ้าแก่ก็รู้ทันทีว่าควายตัวนี้กำลังร้องอ้อนวรขอชีวิตตนจากคนขายเนื้อ เถ้าแก่จึงสงสารและขอซื้อควายตัวนี้จากคนขายเนื้อ ในราคาประมาณ 40,000 บาท ตามราคาที่คนขายเนื้อซื้อความตัวนี้มา แต่คนขายเนื้อก็ตอบอย่างเสียงแข็งว่า ไม่ขาย ยังไงก็ไม่ยอมขายความตัวนี้หรอก!!

เถ้าแก่เห็นอย่างนั้นก็เสนอเพิ่มราคาและควักเงินเพิ่มอีก แต่ก็ขายเนื้อก็ปฏิเสธเช่นเดิม แถมยังพูดอีกด้วยว่า

“ไอ้ควายตัวนี้มันมีอะไรดีนักนะ เถ้าแก่ถึงต้องยอมควักเงินในกระเป๋าเพื่อซื้อมัน ไม่ว่าจะกี่หมื่น กี่พัน ผมก็ไม่ขายทั้งนั้น ยังไงผมก็จะเอามันไปขายแร่เนื้ออยู่ดี”

คนขายเนื้อพูดยังไม่ทันจะจบคำ เจ้าควายก็ลุกขึ้นยืน เพราะรู้ได้เลยว่าจิตใจของคนขายเนื้อคนนี้ โหดเหี้ยมและไม่ยอมปล่อยตนให้ใครแน่ๆ เจ้าความรู้และยอมรับชะตากรรมของตนเองและเดินตามคนขายเนื้อไปในที่สุด

และในที่สุดก็มาถึง วันนั้นวันที่เจ้าควายตัวนี้ชะตาขาด คนขายเนื้อนำควายตัวนี้ออกมาแร่เนื้อออกเป็นส่วนๆ และนำเนื้อใส่หม้อต้มขนาดใหญ่ทิ้งไว้ แล้วก็กลับเข้าบ้านไปอาบน้ำ งีบหลับรอเวลาต้มเสร็จ

ไม่นานคนขายเนื้อก็ตื่น และเข้าไปเนื้อควายที่ต้มไว้ ตามธรรมดาของคนทำอาหารก็มักจะเข้าไปคอยดูอยู่เสมอๆ เพื่อให้เนื้อสุกแต่พอดี ขณะที่ภรรยากำลังทำงานบ้านก็ได้ยินเสียงของสามีร้องเจ็บปวด ทรมาน โดยไม่ทราบสาเหตุ เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปดูแล้วก็พบว่าสามีผู้อยู่ในครัวนั้น ถูกน้ำร้อนลวกจนใบหน้าพุพองแดงก่ำแทบดูไม่ได้ เหมือนเนื้อสุกๆ ของควายที่เขากำลังต้มอยู่ กำลังนอนหน้าคว่ำลงไปในหม้อ

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า…

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นตามสนอง แม้การฆ่าสัตว์จะเพื่ออยู่กินก็จริง แต่ก็เป็นการสร้างกรรมชนิดหนึ่ง เป็นอาชีพที่ควรเลี่ยง ถ้าหากเลี่ยงได้ ถ้าหากมีโอกาสได้ประกอบอาชีพใหม่ ก็ควรรีบคว้าเอาไว้ และหนีจากวงจรนี้ให้ได้ แม้จะไม่ได้รวยเหมือนเดิม แต่รับรองว่าชีวิตเราจะเบา และสบายมากขึ้น เพราะสัตว์โลกทุกชนิด ก็ต่างต้องกลัวตายกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ที่แม้ถึงเวลาตัวเองต้องบาดเจ็บ ก็ต้องเรียกร้อง อ้อนวอน อย่างเจ็บปวด และทรมาน ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลย

ชะตากรรมของคนขายเนื้อคนนี้ก็เช่นกัน เมื่อเห็นว่าควายร้องไห้ อ้อนวอนขอชีวิตแต่ก็ยังไม่เกิดความสงสาร หรือเมตตาแต่อย่างใด และเลิกที่จะฆ่าควายตัวนี้และหลายๆ ตัวที่ผ่านมา หากในตอนนั้นคนขายเนื้อยอมขายควายให้เถ้าแก่เอาไปเลี้ยงดูและใช้ประโยชน์อย่างอื่น คนขายเนื้อก็อาจยังไม่ถึงชะตากรรมในครั้งนี้ก้เป็นได้

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสมอง มันคือกฎของธรรมชาติ อย่างเช่นกฎแรงโน้มถ่วง อาจไม่ส่งผลในวันนี้ แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอนครับ

ขอขอบคุณที่มาจาก : roongee.com

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here