เรื่องเล่าที่น่าคิด…..รักสุดหัวใจ

0
146
Loading...

ชายคนหนึ่งแต่งงานกับสาวสวย เขารักเธอเป็นอย่างมาก วันหนึ่งเธอเริ่มเป็นโรคที่ผิวหนัง เธอเริ่มสูญเสียความสวยงามของเธออย่างช้า ๆ

ต่อมาก็มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น นั่นก็คือสามีของเธอออกเดินทางไปท่องเที่ยว ระหว่างการเดินทางกลับ เขาประสบอุบัติเหตุ และเป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียการมองเห็น

อย่างไรก็ตามชีวิตคู่ของทั้งสองก็ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ แต่เมื่อนานวันผ่านไปเธอต้องสูญเสียความสวยงามไปทีละเล็กทีละน้อย สามีตาบอดก็คงไม่ทราบเรื่องนี้แต่อย่างใด ก็เลยไม่ทำให้ชีวิตคู่การแต่งงานต้องเปลี่ยนแปลงไปเขายังคงรักเธอ และเธอก็ยังคงรักเขาเป็นอย่างมาก

วันหนึ่งเธอก็เสียชีวิตลง ความตายของเธอนำมาซึ่งความโศกเศร้าแก่เขาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเขาจัดการงานศพตามพิธีการทางศาสนาจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เขาก็ต้องการจะออกจากเมืองนั้นไป มีชายคนหนึ่งเรียกเขาและถามเขาว่า ถึงตอนนี้คุณจะสามารถอยู่ตามลำพังได้ไหม? เพราะทุกวันที่ผ่านมาภรรยาของคุณคอยช่วยเหลือคุณตลอดมา

เขาตอบว่า ที่ผ่านมาผมไม่ได้ตาบอดหรอก ผมแกล้งทำ เพราะถ้าหากเธอรู้ว่าผมมองเห็นความขี้ริ้วขี้เหร่ของเธอ มันอาจทำให้เธอได้รับความเจ็บปวดมาก มากกว่าการที่เธอเป็นโรคร้ายนั้นเสียอีก ดังนั้น ผมจึงแกล้งเป็นคนตาบอด เธอเป็นภรรยาที่ดีมากของผม ผมต้องการให้เธอมีแต่ความสุขตลอดเวลา

คติธรรม : บางครั้งมันเป็นการดีสำหรับเราที่แกล้งทำเป็นตาบอด และทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของคนอื่นเพื่อจะได้มีความสุขไม่ว่าฟันจะกัดโดนลิ้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ตาม ทั้งฟันและลิ้นก็ยังคงอยู่ร่วมกันในปากเดียวกัน

นั่นก็คือ ธรรมะของ ‘การให้อภัยซึ่งกันและกัน’ °ถึงแม้ดวงตาทั้งสองข้างจะมองไม่เห็นซึ่งกันและกัน แต่มันก็มองเห็นร่วมกันได้ กระพริบตาพร้อมกัน และร้องไห้พร้อมกัน

ความเป็นหนึ่งเดียวกัน

1.อยู่คนเดียว ผมก็แค่สามารถ ‘พูด’ แต่ถ้าอยู่ด้วยกัน เราสามารถ ‘คุย’ กันได้

2.อยู่คนเดียว ผมก็แค่สามารถ ‘สนุกสนาน’ แต่ถ้าอยู่ด้วยกัน เราสามารถ ‘เฉลิมฉลอง’ ร่วมกันได้

3.อยู่คนเดียว ผมก็แค่สามารถ ‘ยิ้ม’ แต่ถ้าอยู่ด้วยกัน เราสามารถ ‘หัวเราะ’ ด้วยกันได้

นั่นคือ ‘ความสวยงาม’ ของสัมพันธภาพระหว่างมนุษยชาติ พวกเราจะไม่มีอะไรเลยถ้าปราศจากพวกเราแต่ละคน

ขอขอบคุณที่มาจาก : chonburipost.com

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here