ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณตามตำรับยา วิธีและขนาดที่ใช้ เเละข้อควรระวัง

0
806
Loading...

ผักเบี้ยใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Portulaca oleracea L. มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย ในโซนเขตร้อน แต่มีฤทธิ์สรรพคุณเป็นธาตุเย็น ตามบ้านเราจะเห็นได้ตามท้องถนนทั่วไป คล้ายวัชพืชที่ขึ้นตามซอกกำแพง คนจึงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่สรรพคุณมากมายเลยทีเดียว มีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ผักเบี้ยใหญ่ มีโอเมก้า 3 สูงมากกว่าน้ำมันปลาเสียอีก ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ขึ้นชื่อในเรื่องการบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ อีกทั้ง อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ ยังมีวิตามินซี ที่ช่วยแก้อาการโรคลักปิดลักเปิด แก้หวัด แก้ไอ ปกป้องผิวจากแสงแดด รักษาโรคผิวหนัง ต้านมะเร็ง ปกป้องหัวใจและสมอง และสามารถใช้ใบหรือยอดสดๆ พอกห้ามเลือด ทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงินหรือ โรคเรื้อนกวางได้

สรรพคุณผักเบี้ยใหญ่ตามตำรับยา
ใบ : แก้ไอแห้ง แก้ขัดเบา เป็นยาขับปัสสาวะ แก้กระหายน้ำ ตำพอกหรือทาแก้แผลอักเสบบวม แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แก้ริดสีดวงทวารปวดบวม
ทั้งต้น : แก้บิดถ่ายเป็นเลือด แก้แผลเน่าเปื่อยเป็นหนองเรื้อรัง แก้เหงือกบวม แก้เจ็บคอ เลือดออกตามไรฟัน แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยห้ามเลือด
เมล็ด : ใช้ขับพยาธิ เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับปัสสาวะได้
น้ำคั้นของต้น : นำมาทาแก้แผลแมลงกัดต่อย หรือนำมาดื่มแก้หนองใน ปัสสาวะขัด

วิธีและขนาดที่ใช้
ใช้ต้นแห้งหนัก 10-15 กรัม (ต้นสดหนัก 60-120 กรัม) ต้มเอาน้ำ หรือคั้นเอาน้ำกิน ใช้ภายนอก ผิงไฟให้แห้งบดเป็นผงผสมน้ำทา หรือต้มเอาน้ำชะล้างบริเวณที่เป็น

ข้อควรระวัง
1.สตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้ เนื่องจากพบว่า มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบหดตัว
2.ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในไตจึงควรระวังการใช้ นอกจากนี้ ผักเบี้ยใหญ่ยังมีปริมาณโพแทสเซียมสูง จึงควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ต้องจำกัดปริมาณโพแทสเซียม เช่น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่มีภาวะโพแทสเซียมสูง
3.คนธาตุอ่อนท้องเสียง่าย ไม่ควรรับประทาน

คุณค่าทางอาหารของผักเบี้ยใหญ่
จากข้อมูลของกองโภชนาการ กรมอนามัย ระบุว่า ส่วนยอดอ่อนของผักเบี้ยใหญ่ในปริมาณ 100 กรัม ให้คุณค่าทางอาหารดังนี้
1.พลังงาน 37 กิโลแคลอรี
2.โปรตีน 2.2 กรัม
3.ไขมัน 0.3 กรัม
4.คอเลสเตอรอล 7.9 กรัม
5.แคลเซียม 115 มิลลิกรัม
6.ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม
7.เหล็ก 1.4 มิลลิกรัม
8.วิตามินเอ 2,200 IU
9.วิตามินบี 1 0.06 มิลลิกรัม
10.วิตามินบี 2 0.14 มิลลิกรัม
11.ไนอะซิน 0.8 มิลลิกรัม
12.วิตามินซี 21 มิลลิกรัม
ส่วนมากคนนิยมนำยอดอ่อนและใบอ่อนของผักเบี้ยใหญ่มาทานเป็นผักสด ต้ม ลวก หรือทำเป็นผักสลัด ใส่ในไข่เจียว บ้างก็จิ้มกับน้ำพริก ทำน้ำบูดู หรือทำแกงส้ม เพราะมีรสชาติออกเปรี้ยว

ดอกผักเบี้ยใหญ่

ขอบคุณเนื้อหาจาก www.nananaru.net

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here