อานิสงส์ สร้างพระพุทธรูป โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

0
237

พระพุทธรูป  หมายความว่าอย่างไร?  หมายความว่าพระรูปของพระพุทธเจ้า  การสร้างพระพุทธรูปจะมีอานิสงส์อย่างไรบ้าง?  การสร้างพระพุทธรูปมีอานิสงส์มากมายหลายประการ  เหลือที่จะนับจะประมาณได้  จะขอยกมาแสดงไว้ในที่นี้แต่พอเป็นตัวอย่าง  หรือพอเป็นแนวทางเท่านั้นคือ

ผู้สร้างพระพุทธรูป  ชื่อว่าได้บำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการคือ

๑) ทานมัย  บุญสำเร็จด้วยการให้ทาน  หมายความว่า  ผู้นั้นต้องเอาพระพุทธรูปไปถวายพระสงฆ์ไว้ในวัดใดวัดหนึ่ง  เพื่อให้ภิกษุสามเณรหรืออุบาสกอุบาสิกาได้กราบไหว้สักการะบูชา  และก่อนที่จะได้ถวายตัวเองก็ต้องบริจาคเงินสร้างหรือเช่ามาแล้วนี้เป็นทานมัยกุศลชั้นต้น  ต่อมาก็มีการเฉลิมฉลองอีก  ตัวเองก็บริจาคจตุปัจจัยไทยทานถวายพระทำบุญ  นี้เป็นทานมัยกุศลชั้นที่ ๒  ถึงแม้ว่าจะสร้างไปไว้ที่บ้านเพื่อสักการะบูชา  ก็ต้องปฏิบัติในทำนองเดียวกันนี้  ดังนั้นผู้สร้างพระพุทธรูปจึงชื่อวาได้บำเพ็ญทานมัยกุศลไปด้วย

๒) ศีลมัย  บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล  หมายความว่า  ก่อนแต่จะทำการถวายทานหรือถวายพระพุทธรูป  เจ้าภาพก็ต้องสมาทานศีลเสียก่อน  ศีลที่สมาทานคราวนี้เกิดขึ้นเพราะการสร้าพระพุทธรูปเป็นปัจจัย  ดังนั้นผู้สร้างพระพุทธรูป  จึงชื่อว่าได้บำเพ็ญศีลมัยกุศลไปด้วย

๓) ภาวนามัย  บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา  คำว่าภาวนานั้นมีสองอย่างคือ  สมถภาวนา ๑  วิปัสสนาภาวนา ๑  การได้เห็นพระพุทธรูปด้วยตาได้กราบได้ไหว้ด้วยกาย  ได้เปล่งวาจาระลึกถึงพระพุทธคุณ  ใจก็น้อมนึกไปตาม  ว่าผู้นั้นได้เจริญพุทธานุสสติกรรมฐาน  จัดเป็นสมถกรรมฐานเป็นมหากุศล  ตายด้วยจิตดวงเดียว  อย่างต่ำต้องมาเกิดเป็นมนุษย์  อย่างกลางสามารถไปเกิดในสวรรค์  อย่างสูงสามารถไปสู่พระนิพพานได้  ดังพระปิติมัลละเถระเป็นตัวอย่าง  คือพระเถระนั้นได้กวาดลานวัดแต่เช้าตรู่  ได้เห็นพระพุทธรูปของพระพุทธเจ้า  ซึ่งเทวดานฤมิตนั้นขึ้น  พอท่านเห็นก็เกิดปีติแล้วยกปีติขึ้นพิจารณา  เจริญวิปัสสนากรรมฐานได้บรรลุมรรคผลนิพพาน  ดังนั้นผู้สร้างพระพุทธรูปจึงชื่อว่าได้บำเพ็ญภาวนากุศลไปด้วย

๔) อปจายนมัย  บุญสำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อท่านผู้เจริญโดยคุณ  โดยวัย  โดยชาติ  การไหว้พระพุทธรูป  ไหว้พระสงฆ์  หรือไหว้ผู้แก่กว่า  ชื่อว่าได้ประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อท่านผู้เจริญ  จัดเป็นบุญกิริยาวัตถุ  ดังนั้นผู้สร้างพระพุทธรูปจึงชื่อว่าได้บำเพ็ญอปจายนมัยกุศลไปด้วย

๕) ไวยาวัจจมัย  บุญสำเร็จด้วยการช่วยขวนขวายในกิจที่ชอบ หมายความว่า  ในการสร้างพระพุทธรูปนั้น  จะต้องอาศัยคนเป็นจำนวนมาก  การวิ่งเต้นช่วยกันในงานหล่อพระในงานฉลองพระ เป็นต้น  ถือว่าเป็นมหากุศลมีผลไม่น้อย เช่น พระเจ้าจันทปัชโชติ  พระไวยาวัจจกเถระ  เป็นตัวอย่างดังนี้คือ

ก. พระเจ้าจันทปัชโชติ  ได้ช่วยนายรับบาตรพระมาใส่อาหารและนำกลับไปถวายพระ  ปรารถนาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน  และปรารถนาให้มียานพาหนะดี  เดินทางได้วันละหลายๆ โยชน์  และปรารถนาให้ตนมีอำนาจวาสนามาก  ครั้นตายแล้วก็ได้ไปเกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดินมีนามว่า  พระเจ้าจันทปัชโชติสมความปรารถนา

ข. พระไวยาวัจจกเถระ  ในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่าพระวิปัสสี  ท่านเป็นผู้ช่วยเหลือในกิจการของวัดและได้ช่วยเหลือในงานทำบุญต่างๆ ตายจากชาตินั้นได้ไปเกิดในสวรรค์  จุติมาเกิดเป็นพระราชาได้ออกบวชเจริญวิปัสสนากรรมฐานสำเร็จเป็นพระอรหันต์  แตกฉานในปฏิสัมภิพาทั้ง ๔  ได้วิโมกข์ ๘  และอภิญญา ๖  ดังนั้นผู้สร้างพระพุทธรูปจึงชื่อว่าได้บำเพ็ญไวยาวัจจมัยกุศลไปด้วย

๖) ปัตติทานมัย  บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ  หมายความว่า  ผู้ที่ได้สร้างพระพุทธรูปจำเป็นอยู่เองที่จะบอกญาติสนิทมิตรสหายให้ทราบ  เพื่อร่วมอนุโมทนาในการฉลองพระ  การถวาย เป็นต้น  นอกจากนั้นยังจะต้องอุทิศส่วนกุศลส่วนบุญให้แก่บิดามารดาปู่ย่าตายาย  ท่านผู้มีพระคุณ  เทพบุตร  เทพธิดา เป็นต้นอีก  ดังนั้นผู้สร้างพระพุทธรูปจึงชื่อว่าได้บำเพ็ญปัตติทานมัยกุศลไปด้วย

๗) ปัตตานุโมทนามัย  บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ  หมายความว่า เมื่อผู้สร้างพระพุทธรูปได้บอกบุญแจ้งข่าวแก่ญาติมิตรแล้ว  ญาติมิตรเหล่านั้นก็จะต้องพากันอนุโมทนาต้อนรับเป็นอย่างดี  เมื่อผู้อื่นมาอนุโมทนาท่านเจ้าภาพก็พลอยปลื้มปีติอนุโมทนาสาธุการตอบอีก  การปฏิบัติอย่างนี้  จัดเป็นมหากุศลด้วยกันทั้งสองฝ่าย  ดังนั้นผู้สร้างพระพุทธรูปจึงชื่อว่าได้บำเพ็ญปัตตานุโมทนามัยกุศลไปด้วย

๘) ธัมมัสวนมัย  บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม  หมายความว่า  ในการสร้างพระพุทธรูปนั้น  เจ้าภาพบางคนก็ได้นิมนต์พระไปสวดชะยันโต เจริญพระพุทธมนต์  แสดงธรรม  และเจ้าภาพบางคนได้พิมพ์หนังสือธรรมแจกเป็นธรรมทานในงานฉลองพระ เป็นต้น  การปฏิบัติเช่นนี้  ชื่อว่าได้ให้ธรรมเป็นทานด้วย  ตัวเองและผู้ได้มาร่วมงานก็ได้ฟังธรรมไปด้วย  ดังนั้นผู้สร้างพระพุทธรูป  จึงชื่อว่าได้บำเพ็ญธัมมัสวนมัยกุศลไปด้วย

ขอขอบคุณที่มาจาก : fungdham.com

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here