28 เมษาฯ ร้อนสุดในรอบปี ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับประเทศไทย อุณหภูมิทะลุ 43 องศา!! (รายชื่อจังหวัด)

0
318
Loading...

28 เมษาฯ ร้อนสุดในรอบปี 2561 ดวงอาทิตตั้งฉากกับประเทศไทย อุณหภูมิทะลุ 43 องศา

ในช่วงนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีอากาศร้อนอบอ้าวและบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศร้อนจัด (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 43.0 o ซ.) ซึ่งเป็นสภาพอากาศปกติสำหรับในช่วงฤดูร้อน

โดยฤดูร้อนของไทยจะเริ่มต้นประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระยะที่ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ทุกภาคของประเทศมีอากาศร้อนที่สุดในรอบปี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีดวงอาทิตย์อยู่เกือบตรงศรีษะในเวลาเที่ยงวัน ทำให้ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ สภาพอากาศโดยทั่วไปจึงร้อนอบอ้าว

วันที่มีอากาศร้อนที่สุดในรอบปีของประเทศไทยจะตรงกับวันที่ 28 เมษายน ความเป็นจริงก็คือวันดังกล่าวเป็นวันที่ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในตอนเที่ยงวันจะอยู่ตรงกับศีรษะของคนในประเทศไทย

หลังจากนั้นตำแหน่งของดวงอาทิตย์ก็จะขยับขึ้นไปทางเหนือตามลำดับและจะอยู่ตอนเหนือสุดของประเทศไทยประมาณวันที่ 23 พฤษภาคม จากนั้นยังคงเลื่อนขึ้นไปทางเหนือต่อไป และจะเลื่อนกลับลงมาตรงกับกรุงเทพมหานครอีกครั้งประมาณวันที่ 16 สิงหาคม

สำหรับวันที่ 28 เมษายนนั้น กรุงเทพมหานครจะมีอากาศร้อนที่สุด ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันดังกล่าว หากวันนั้นมีเมฆมาก มีฝนตก หรือมีลมพัดแรงก็จะส่งผลให้อากาศคลายความร้อนอบอ้าวลงกว่าวันอื่นที่มีท้องฟ้าแจ่มใสหรือมีลมอ่อน

โดย 10 อันดับจังหวัดที่ อุณหภูมิทะลุ 40-43 องศา ประจำปี 2561 มีดังนี้

1.จังหวัดลำปาง – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 43.0 o ซ.)

2.จังหวัดแม่ฮ่องสอน – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 43.0 o ซ.)

3.จังหวัดตาก – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 43.0 o ซ.)

4.จังหวัดอุตรดิตถ์ – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 43.0 o ซ.)

5.จังหวัดหนองบัวลำภู – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 42.0 o ซ.)

6.จังหวัดอุดรธานี – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 42.0 o ซ.)

7.จังหวัดสกลนคร – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 42.0 o ซ.)

8.จังหวัดนครพนม – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 41.0 o ซ.)

9.จังหวัดหนองคาย – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 41.0 o ซ.)

10.จังหวัดเพชรบูรณ์ – (อุณหภูมิสูงสุด ≥ 40.0 o ซ.)

จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่าตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่อยู่ตรงศีรษะตอนเที่ยงวันของวันที่ 28 เมษายน เป็นเพียงปัจจัยประกอบตัวหนึ่งเท่านั้น แม้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริเวณนั้นได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่และมีโอกาสที่จะมีสภาวะอากาศร้อนจัดมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆก็ตาม แต่ในบางปีอาจมีปัจจัยอื่นที่ทำให้อากาศคลายความร้อนอบอ้าวลง

ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศส่วนกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ได้คาดหมายวันที่ร้อนจัดที่สุดของเดือนเมษายนคือ วันที่ 26-28 เมษายน เพราะเป็นวันที่ท้องฟ้าเปิดมากที่สุด เมฆน้อย ไม่มีฝนตก ประกอบกับกระแสลมไม่แรง ทำให้คาดว่าจะมี อุณหภูมิสูงสุดในช่วงนั้น

โดยในวันที่ 28 เมษายนนี้ คาดการณ์ว่าหลายจังหวัดทางภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง จะมีอุณหภูมิสูงสุด 40-43 องศา ส่วนกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งภาคใต้ จะมีอุณหภูมิประมาณ 38-39 องศา

นพ.สาธารณสุขนครพนมเตือนภัย ‘ฮีทสโตรก’ แนะเกิดอาการพาเข้าห้องแอร์ดีที่สุด

เมื่อวันที่ 21 เมษายน นพ.จรัญ จันทมัตตุการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า โรคลมแดด หรือในทางการแพทย์เค้าเรียกฮีทสโตรก จะมีอยู่ 2 ระดับ คือ โรคลมแดดอ่อน หรือที่ชาวบ้านเข้าใจคือเป็นลม กับโรคลมแดดขั้นรุนแรง ซึ่งการเกิดฮีสโตรกขั้นรุนแรงนั้นมีหลายปัจจัย ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตคือ การช่วยชีวิตช้า หรือช่วยไม่ทันท่วงที และอยู่ไกลหมอ ที่สำคัญ คนที่อยู่รอบข้างไม่คิดว่าจะเป็นขั้นรุนแรง

หลักการง่ายๆ ที่สุดคือการจับตัวผู้ป่วย ถ้ามีอาการร้อนรุนแรง แสดงว่ามีโอกาสเป็นฮีสโตรก หรือดูที่มูลเหตุ ก็ได้ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้าที่สวมใส่ อาจจะใส่เสื้อวอร์มเสื้อหนา เสื้อที่สีทึบ แล้วอบความร้อนไว้เยอะ รวมถึง ระยะเวลาที่อยู่กลางแจ้งนานๆ การขาดน้ำในร่างกาย หรือที่ที่ไม่มีร่มเงาบดบังเลยก็จะทำให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อรุนแรง สำหรับอาการลมแดดขั้นรุนแรงนั้น

เริ่มตั้งแต่การคันตามผิวหนัง มีการมึนศีรษะ วิงเวียน คลื่นใส้ และมีอาการอาเจียนแทรก ต่อมาก็เริ่มสับสน แล้วก็เดินโซซัดโซเซ ความจำ สมาธิจะค่อนข้างเสีย ถ้าเป็นมากขึ้น ก็จะมีปัญหาเรื่องชัก และหมดสติ

นพ.จรัญกล่าวอีกว่า ซึ่งหลักการช่วยเหลือก็คือต้องทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองให้เร็ว โดยการจับผู้ป่วยนอนราบ หรือนอนหัวต่ำ รีบคลายเสื้อผ้าออกให้โดนลมแล้วเปิดพัดลมเป่า หรือเข้าไปในห้องแอร์ดีที่สุด

เคยมีคำพูดที่ติดตลกว่าวิธีการที่รักษาให้ไวที่สุด คือการจับไปนั่งในตู้เย็น แต่คงลำบากเพราะตู้เย็นมีขนาดเล็ก ดีที่สุดคือการจับนอนแล้วใช้ผ้าเย็น หรือผ้าที่เปียกน้ำเช็ด เพื่อระบายความร้อนให้ไว คือเช็ดตามซอกคอ ลำตัว รักแร้ ง่ามขา ขาหนีบต่างๆ ให้เช็ดเยอะๆ ด้วยผ้าเปียกๆ เย็นๆ หรือไม่ก็เอาน้ำเย็น น้ำแข็งลาดลงบนตัว เพื่อให้ตัวเย็นอย่างเร็วที่สุด แต่ถ้าคนไข้ไม่รู้สึกตัว หรือไม่ดีขึ้นในช่วงนั้น ก็ให้รีบเรียก 1669 พาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และเมื่อรู้เท่าทันโรคแล้ว ก็อย่าลืมรักษาสุขภาพ และดูแลคนข้างกายในช่วงหน้าร้อนนี้ไปด้วยกัน

ขอขอบคุณที่มาจาก : palungjit.org

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here