กรรมของการฆ่าตัวตาย ! เรื่องเล่าจาก “หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม” สติปัฏฐาน ๔ ปิดอบายภูมิได้

0
67
Loading...

เหตุการณ์นี้หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมได้เล่าเอาไว้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ปี พ.ศ.2530 ครั้งเมื่อที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดพรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี โดยวันนั้นเป็นวันโกนสาร์ท คือในช่วงเทศกาลทำบุญเดือนสิบ มียายแก่คนหนึ่ง ชื่อยายเภา อาศัยอยู่ที่บางสำโรง เขตสวี อำเภอ ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ได้พายเรือมาที่ตลาดปากบางเพื่อที่จะมาซื้อของไปเตรียมทำขนมกระยาสารท

ยายเภาได้เทียบเรือเข้าไปจอดริมตลิ่งที่มีต้นไม้ครึ้มทอดลงมาต้นหนึ่ง ซึ่งคุณยายเภาไม่ทราบเลยว่า ต้นไม้ต้นนั้นเคยมีชายแก่ชาวจีนคนหนึ่งมาผูกคอตายไว้ พอคุณยายทอดเรือที่ต้นไม้นั้นก็เกิดเรื่องทันที มีอาการผิดปกติดิ้นรนทุรนทุราย ปากก็พร่ำออกมาเป็นภาษาจีนทั้งที่เธอเป็นคนไทยไม่เคยรู้ภาษาจีนเลยแม้แต่คำเดียว

ชาวบ้านในตลาดพากันมามุงดูก็ทราบว่ายายเภาถูกผีเข้าก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร จึงได้ให้คนไปนิมนต์พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญมาช่วย ซึ่งพอทราบเรื่องท่านก็รีบมา แต่ก็ไม่สามารถสื่อสารกันได้รู้ความ เพราะยายเภานั้นพูดแต่ภาษาจีนอยู่ตลอดเวลา หลวงพ่อจึงได้ไปตามลุงเขยของท่านที่ชื่อ เลี่ยงเกี๊ยก มาช่วยเจรจา

เมื่อคุณเลี่ยงเกี๊ยกมาช่วยเจรจาก็ทราบความว่า วิญญาณที่เข้าสิงยายเภาชื่อ “นายเล่งฮ่วย” เคยอาศัยอยู่ ณ บริเวณแถวนี้โดยอยู่กับหลานสาว ซึ่งมีอาชีพทำขนมขาย โดยตัวแกนั้นมีวิสัยติดยาฝิ่นแบบงอมแงม ต้องกินยาฝิ่นทุกวัน โดยแลกกับการตักน้ำหาบน้ำมาให้หลานสาวทำขนม ถ้าวันไหนไม่ทำงานก็จะไม่มีเงินจากหลานสาวไปซื้อฝิ่นเสพ ทำให้อยากฝิ่นทรมานมาก

ด้วยวิสัยเช่นนี้จึงไม่มีใครเห็นใจ และยังเป็นที่ตำหนิถูกต่อว่าเป็นขี้ยาติดยาเสพติด ทำให้รู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก เมื่อความคิดเช่นนี้สะสมเข้าอยู่ในจิตใจทุกวัน จึงตัดสินใจหนีความทุกข์ โดยการไปผูกคอตายที่ต้นไม้ต้นนั้นเอง เพราะหวังว่าจะได้ไปสบายเสียที

แต่ทว่าสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไปถือเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงยิ่งนัก เพราะแทนที่จะได้สบาย กลับต้องทนทุกข์ทรมานกว่าตอนที่มีชีวิตอยู่หลายเท่า และวันที่ต้องมาเข้าร่างของยายเภา เนื่องจากหนีมาอยู่กับคนที่ชื่อ “ฮ่วยเซียเถ้า” ที่วัดพรหมบุรี ซึ่งนายเล่งฮวยหมายความถึง “หลวงตามด” ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกลางพรหมนคร เหนือตลาดปากบาง

เมื่อหลวงพ่อจรัญลองสืบประวัติเรื่องหลวงตามด ก็พบว่ามีอยู่จริงที่วัดกลางพรหมนคร เคยเป็นเจ้าอาวาส ขณะที่ยังมีชีวิตก็ต้องฆ่าตัวตายทั้งที่อยู่เพศสมณะ เพราะเสียใจที่เงินที่สะสมเอาไว้สร้างถาวรวัตถุของวัด ถูกมัคนายกที่วัดขโมยไปเสียหมด จนขาดสติทำให้ผูกคอตายอย่างน่าอนาถ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมาเมื่อ 60 ปีมาแล้ว

นายเล่งฮวยและหลวงตามดที่ฆ่าตัวตายในสภาพวิญญาณต้องไปกินอาหารตามกองขยะที่เขาเอามาทิ้ง เพราะไม่มีใครอุทิศให้ต้องกินของที่เขาทิ้งแล้วจึงจะกินได้ โดยนายเล่งฮวยขอร้องให้หลวงพ่อไปบอกกับหลานสาวว่า ตนเองไม่สามารถรับบุญจากการทำทานใด ๆ ได้ จะสามารถรับบุญได้จากการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพียงอย่างเดียว

หลวงพ่อจรัญ ยังเกิดความแคลงใจในตัวของสมภารมดหรือหลวงตามด ที่เป็นพระภิกษุแต่กลับฆ่าตัวตาย ซึ่งก็ทราบความภายหลังว่า หลวงตามดนั้นเมื่อบวชแล้วก็ไม่ค่อยได้เจริญกรรมฐาน ไม่ค่อยได้ปฏิบัติธรรมเลย จึงทำให้ขาดสติคิดสั้นไป และตนเองกับสมภารมด ก็มีความเป็นอยู่ในสถานะวิญญาณเหมือนกัน คือต้องทำงานขุดดินทั้งวันทั้งคืน เมื่อถึงวันโกนวันพระจึงจะได้หยุด วันนี้จึงได้หนีมาบอกความประสงค์ให้รับรู้

เมื่อหลวงพ่อจรัญทราบความประสงค์แล้ว วิญญาณของนายเล่งฮวยก็ออกจากร่างยายเภาไป หลวงพ่อจรัญ จึงทำการทดสอบยายเภาดูว่าจะทราบภาษาจีนบ้างหรือไม่ โดยสอบถามเป็นภาษาจีนง่าย ๆ ว่า “เจี๊ยะปึง ฮ้อ ?” (กินข้าวดีหรือยัง) ซึ่งยายเภาก็ไม่เข้าใจแม้สักคำเดียว จึงเป็นอันแน่ใจว่าวิญญาณนายเล่งฮวยมาเข้าสิงจริง ๆ

หลวงพ่อจรัญได้ยอมไปพบกับหลานสาวของเล่งฮวย เพื่อบอกกล่าวความเป็นอยู่ของญาติตนเองให้ทราบ แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่นางเจียผู้เป็นหลานสาวกลับไม่เชื่อ หาว่าเป็นเรื่องบ้าบอคอแตกไป ไม่คิดจะเจริญกรรมฐานใด ๆ ให้ทั้งสิ้น ซึ่งท่านก็ต้องปล่อยวางเรื่องนี้ไปตามยถากรรมของสัตว์

ขอขอบคุณที่มาจาก : sabaiclub.com

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here