ใครเป็นบ้าง??…ยิ่งสวดมนต์ ยิ่งมีมารมาผจญ!! ไปดูวิธีรับมือเลย…

0
52
Loading...

ลูกหลานผู้ฝึกปฏิบัติสวดมนต์ภาวนา แผ่เมตตา บันทึกบุญ ที่กำลังใจสบาย เพลิดเพลินกับการสวดมนต์ ให้ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะกำลังจะมีมารมาลองของ

มารที่ว่านี้ไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มาจากข้างในใจของเราเอง คือ

๑.หนุ่ม ๆ ทั้งหลายเวลาไปสวดมนต์ที่วัดเห็นสาว ๆ ก็จินตนาการไปไกล จนจำไม่ได้แล้วว่าสวดถึงไหน ใจมันคอยแต่จะชะเง้อหาอยู่ตลอด บางทียิ่งสวดนาน ๆ ไปทำไมความกำหนัดทางเพศกลับรู้สึกเพิ่มขึ้น เพราะ “มารกามฉันทะ” เริ่มมาแสดงตัวว่าเขาเป็นผู้ครอบครองจิตอยู่ก่อนแล้วนะ

๒.บางคนสวดมนต์ใครเห็นก็หาว่าเพี้ยน หรืออาจจะตั้งความคาดหวังกับเราไว้สูงกว่าคนปกติทั่วไปว่าเราจะต้องไม่โกรธ โดนด่าปุ๊บตัดได้ปั๊บ แต่ที่ไหนได้ ยิ่งปฏิบัติ ยิ่งผูกใจเจ็บ เดี๋ยวชั้นจะต้องเอาคืน นั่นไง “มารพยาบาท” แผลงฤทธิ์แล้ว

๓.บางคนใหม่ ๆ สวดได้สงบเพลินทั้งวัน พอนานไปทำไมขี้เกียจจัง สวดไม่ถึงสามรอบก็คอพับหลับผลอยเสียแล้ว ไม่รู้ไปง่วงมาจากไหน ยืนสวดก็ยังหลับ ! นี่เป็นเพราะเจ้า “มารถีนมิทธะ” มารบกวน

๔.บางทีตั้งใจมองภาพหลวงปู่ดู่แล้วสวดไปด้วย กะว่าจะล๊อคจิตไว้เลย ไม่ให้วอกแว่ก แต่จิตมันก็ยังคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย คิดโน่นคิดนี่ ไม่สงบเสียที บางทีเสียงเพลงที่เคยได้ยินจู่ ๆ ก็ดังก้องในหัว หยุดคิดก็ไม่ได้ เพราะเจ้า “มารอุทธัจจะกุกกุจจะ” มาทดสอบไง

๕.สวดไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มลังเลสงสัยว่า เอ..เรามาถูกทางไหมน๊า หลวงตาม้าท่านสอนถูกหรือเปล่า ไม่เห็นสอนเหมือนสำนักโน้นเลย สวดมนต์แล้วไม่นั่งสมาธิจะดีเหรอ นี่แสดงว่าเจ้า “มารวิจิกิจฉา” มาเยือนแล้วครับ

ทีมงานที่ไม่ได้รับเชิญนี้เราเรียกว่าทีมงาน “นิวรณ์” เขามี “หน้าที่” ขัดขวางไม่ให้เราทำกุศลสูงสุดคือการภาวนา นักปฏิบัติทุกคน “ต้อง” ถูกทดสอบ แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้เพราะเขาอยู่ในใจเรามาก่อนตั้งนานแล้ว ก่อนที่เราจะมาฝึกสวดมนต์เสียอีก แล้วเราเป็นคนให้อาหารเขากินมาตลอดด้วย

ที่มารเหล่านี้มาผจญ เพราะใจเรามันเริ่มสงบ เราจึงเห็นเขาชัดมากขึ้น เราตั้งใจจะปฏิบัติเพื่อเอาชนะเขา เขาก็เริ่มแสดงอำนาจสู้กับเรา

ลูกหลานพรหมปัญโญผู้ปฏิบัติทุกคนต้องเจอมาร ๕ ตัวนี้เล่นงานอย่างแน่นอน แต่เราจะต้องต่อสู้กับมัน ณ สนามรบภายในใจนี้เพื่อเอาชนะมันให้ได้

อาวุธที่ใช้ก็คืออสุภะ พรหมวิหาร วิริยะ สติ และศรัทธา ตามลำดับ

ถ้าผ่านด่านนี้ไปได้แล้วจิตเราจะเข้าสู่สภาวะปิติสุข ใจสบาย (ฌาน) จิตจะตั้งมั่น ควรแก่การงาน สำหรับเป็นฐานเอาไว้เดินปัญญาต่อไป เราก็จะเป็นผู้ที่มีกำลัง (ใจ) อย่างแท้จริง.

หลายท่าน สวดไปแล้ว มีอาการผิดปกติเช่น ร้อนจากภายในบ้าง คันตามตัวบ้าง ปวดศีรษะ ปวดตามจุดต่างๆบ้าง ฯลฯ นั่นคือ กำลังของบทสวดกำลังปรับธาตุสี่ของร่างกาย

..อย่าหยุดสวด..!! ให้สวดต่อไป ตั้งสัจจะ -อธิษฐาน สวดให้ได้ตามกำหนด เริ่มจากเวลาสั้นๆ แล้วทำให้ได้ แล้วค่อยเพิ่มเวลา จะพัฒนากำลังใจ เมื่อธาตุสี่หรือร่างกายเข้าที่เข้าทาง ต่อไปก็จะไปได้สะดวกขึ้นแล้วหละ!!

ขอขอบคุณที่มาจาก : มันต้องบอกต่อ.com

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here