ทำบุญ 9 วัด ตามรอย “บุพเพสันนิวาส”

0
173
Loading...

มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ สำหรับละครอิงประวัติศาสตร์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” เป็นละครที่ย้อนไปในสมัยอยุธยา การดำเนินเรื่องของละครแฝงไปด้วยความรู้ต่างๆ มากมาย อาทิ การแต่งกาย การพูด ขนบธรรมเนียมและประเพณีต่างๆ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ประชาชนกันมาสนใจในประวัติศาสตร์ไทยมากยิ่งขึ้น

ทำบุญ 9 วัด ตามรอยบุพเพสันนิวาส จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่หลักๆ ที่ถูกพูดถึงในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส

ซึ่งมีทั้งสถานที่ที่มีและไม่มีในปัจจุบัน วันนี้เราอยากจะชวนพ่อแม่พี่น้องไปตามรอยไหว้พระ 9 วัด ตามรอยละครเรื่องบุพเพสันนิวาสกันค่ะ ทำบุญเยอะๆ จะได้สวยเหมือนแม่การะเกด อิอิ

1.วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนารามตั้งอยู่ที่ ต.บ้านป้อม อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตะวันตกของเกาะเมือง ในอดีตวัดไชยวัฒนารามเป็นหนึ่งในพระอารามหลวงสมัยอยุธยาและยังเป็นที่ฝังพระศพของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์(เจ้าฟ้ากุ้ง) กวีเอกสมัยอยุธยาตอนปลายกับเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งต้องพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศภายในวัดมี “พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ” เป็นปรางค์ประธานของวัด ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสและที่มุมฐานมีปรางค์ทิศประจำอยู่ทั้งสี่มุม ยอดขององค์ปรางค์ ทำเป็นรัดประคดซ้อนกัน 7 ชั้น ลักษณะเหมือน ปรางค์ในสมัย อยุธยาตอนต้น นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ซากพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสร้างด้วยหินทราย ฯลฯ วัดไชยวัฒนารามได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478

วัดไชยวัฒนาราม เปิดทุกวันเวลา 08.00–18.00 น. คิดค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและโบราณสถานบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ได้ภายในระยะเวลา 30 วัน ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม

2.วัดหน้าพระเมรุ

วัดหน้าพระเมรุหรือวัดพระเมรุราชิการาม ตั้งอยู่ริมคลองสระบัวด้านทิศเหนือของคูเมือง ตรงข้ามกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นวัดที่พระมหาจักรพรรดิ์ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เจรจาสงบศึกเมื่อพ.ศ.2106 และเป็นวัดที่พม่าใช้ตั้งถิ่นฐานบัญชาการ จึงเป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดหน้าพระเมรุ มีหลวงพ่อพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา พระอุโบสถและพระพุทธรูปประธานทรงเครื่องใหญ่ ซึ่งคงสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง รวมถึงพระพุทธรูปซึ่งมีความเก่าหลายร้อยปีหลายองค์ซึ่งอยู่ภายในวัด ได้แก่ พระคันธารราฐ อายุ 1,500 ปี พระพุทธลีลา อายุ 800 กว่าปี และหลวงพ่อเชียงแสน อายุ 700 กว่าปี วัดหน้าพระเมรุได้รับการบูรณะใหม่หลายครั้ง ตั้งแต่ในสมัยพระเจ้าบรมโกศและในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเปิดให้เข้าชมเวลา 08.30-17.30 น. ค่าเข้าชมเฉพาะชาวต่างชาติ 20 บาท

3.วัดสวนหลวงลพสวรรค์

วัดสวนหลวงลพสวรรค์ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดให้จัดพระราชพิธีทำพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระอัครมเหสี “พระสุริโยทัย” ที่ในสวนหลวงภายในวัดสบสวรรค์ แล้วโปรดให้สร้างพระอารามขึ้นตรงพระเมรุ มีเจดีย์สูงใหญ่สี่เหลี่ยม ทรงย่อไม้มุมสิบสอง บรรจุพระอัฐิสมเด็จพระสุริโยทัย ปัจจุบันยังมีพระสถูปเจดีย์องค์ใหญ่เป็นสำคัญ เรียกว่า เจดีย์พระศรีสุริโยทัย ปัจจุบัน วัดสวนหลวงสบสวรรค์ เป็นวัดร้างมีสภาพเป็นพื้นดินว่างเปล่า

4.วัดมงคลบพิตร

วัดมงคลบพิตร เป็นวัดอารามหลวงตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจุดเด่นที่สำคัญคือเป็นวัดเก่าแก่ในเขตกำแพงเมือง ภายในวิหารมีพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

ในเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรถูกข้าศึกเผาทำลายจนเสียหาย และในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้การปฏิสังขรณ์ใหม่ ซึ่งยังคงเค้าความเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาและสามารถเป็นแบบอย่างของพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนกลางได้อย่างดี วัดมงคลบพิตรเปิดทำการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

5.วัดพุทไธศวรรย์

วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในสมัยกรุงศรีอยุธยาวัดพุทไธศวรรย์เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียง ตามตำนานเล่าว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสร้างขึ้นในบริเวณที่ซึ่งเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับเมื่อทรงอพยพมาก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีชื่อปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า “ตำบลเวียงเล็กหรือเวียงเหล็ก” วัดพุทไธศวรรย์เป็นอีกหนึ่งในวัดที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายในเหตุการณ์เสียกรุง จึงทำให้มีโบราณสถานที่สวยงามไว้ให้ลูกหลานได้ชมสืบต่อมา

วัดพุทไธศวรรย์ ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2549 เนื่องในวโรกาสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งในปัจจุบันเป็นวัดที่ประชาชนนิยมไปกราบขอพรจากองค์จตุคามรามเทพ ซึ่งในช่วงวันหยุดจะมีผู้คนเป็นจำนวนมาก

6.วัดพระราม

วัดพระราม เป็นวัดที่ตั้งอยู่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร บริเวณหน้าวัดมีบึงขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าเมื่อมีการสร้างกรุงศรีอยุธยาอาจมีการขุดเอาดินในบึงมาถมพื้นที่วังและวัด ทำให้กลายเป็นบึงขนาดใหญ่ ซึ่งมีชื่อปรากฎว่า “บึงชีขัน” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “บึงพระราม” ปัจจุบันคือ “สวนสาธารณะบึงพระราม” วัดพระรามมีพระปรางค์ขนาดใหญ่ องค์ปรางค์ก่อด้วยอิฐสอปูน เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนต้นที่นิยมทำเป็นพระปรางค์ เพราะได้รับอิทธิพลแบบเขมรโบราณจากเมืองละโว้ (ลพบุรี) และมีเจดีย์เล็กใหญ่รอบๆองค์พระปรางค์อีกประมาณ 28 องค์ นอกจากนี้ยังมีวิหารภายในวัดอีก 7 หลัง

ปัจจุบันวัดพระรามเหลือเพียง เสาในพระอุโบสถ วิหาร 7 หลัง กำแพงด้านหนึ่ง และพระปรางค์ ซึ่งภายในมีจิตรกรรมฝาผนังทั้งสองด้าน เป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งปางมารวิชัยบนบัลลังก์ สีที่ใช้เป็นสีแดง คราม เหลืองและดำ เป็นภาพจิตรกรรมยุคอยุธยาตอนต้น ซึ่งลบเลือนไปมากแล้ว โดยวัดเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท

7.วัดราชบูรณะ

วัดราชบูรณะตั้งอยู่ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุด เป็นพระอารามหลวงในสมัยอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา ภายในวัดประกอบด้วยองค์ปรางค์ประธานล้อมรอบด้วยระเบียงคต มีพระวิหารตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนพระอุโบสถตั้งอยู่ทางด้านหลังของวัด

วัดราชบูรณะ โด่งดังมากในเรื่องการขุดพบเครื่องทองในกรุพระปรางค์ใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2499 มีกลุ่มโจรลักลอบขุดกรุภายในพระปรางค์ ชิงสมบัติมากมายที่อยู่ภายใน เช่น พระแสงขันธ์ มงกุฎ พระพุทธรูปต่างๆ พระแก้ว พระทองคำ เป็นต้น โดยพระปรางค์นั้นมีกรุที่ใหญ่และลึก มีทั้งหมด 4 ห้องใหญ่ๆ เรียงลงไปแนวดิ่ง โดยชั้นล่างสุดอยู่ในแนวระดับพื้นดินปัจจุบันกรมศิลปากรทำการขุดและนำเอาสมบัติต่างๆ มาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา และเปิดให้ประชาชนเข้าชมกรุได้ตามปกติ โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท

8.วัดพระมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ เป็นหนึ่งในวัดที่จัดอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญที่สุดในกรุงศรีอยุธยา เพราะนอกจากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุแล้ว ยังเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงได้รับการก่อสร้างและดูแลตลอดเวลา

วัดมหาธาตุ มีสิ่งที่โดดเด่นคือ เศียรพระพุทธรูปกว่าร้อยปีในรากไม้ เป็นพระพุทธรูปหินทรายเหลือแค่ส่วนเศียรแต่องค์พระนั้นหายไป เศียรพระพุทธรูปเป็นศิลปะอยุธยาวางอยู่ในรากโพธิ์ข้างวิหาร มีความงดงามแปลกตา จนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

9.วัดพนัญเชิง

วัดพนัญเชิง เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งของอยุธยา ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหารแบบมหานิกาย มีจุดเด่นคือ พระพุทธไตรรัตนนายกหรือหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ซึ่งเคยได้รับความเสียหายในสมัยเสียกรุงแต่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอด

พระพุทธไตรรัตนนายก เป็นพระโบราณคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยา และเมื่อกรุงศรีอยุธยาใกล้จะแตก ได้ปรากฏคำให้การของชาวกรุงเก่าว่าพระปฏิมากรใหญ่ที่วัดพนัญเชิงมีน้ำพระเนตรไหลเป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของชาวจีนมากโดยเรียกว่า “เจ้าพ่อซำปอกง” ทำให้มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวจีนให้หลั่งไหลกันมากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมเวลา 7.00-18.00 น.

ขอขอบคุณที่มาจาก : tumjaipost.com

ภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here