แจกฟรี!! สูตรกุยช่ายแป้งบาง ไส้เต็ม น้ำจิ้มเด็ด…สูตรละเอียดทำตามได้

0
136

ใครชอบทานขนมชนิดนี้ ตามมาเลยค่ะ วันนี้เราได้เอาสูตรขนมกุยช่ายของคุณตา tukata001 ที่ได้มาแบ่งปันสูตรไว้ให้ ทั้งการผสมแป้งและน้ำจิ้ม ทำง่าย พร้อมขายได้ทันที…ใครอยากอร่อยตามไปดูกันเลย

ขนมกุ้ยช่ายเจ้าดังๆ ที่ขายอยู่ทั่วไปนั้นจะมีหลายแบบ ทั้งสูตรกุยช่ายดอกไม้ กุยช่ายสี่เหลี่ยม กุยช่ายกรอบ กุยช่ายแป้งสด หรือกุยช่ายปากหม้อ ซึ่งสูตรนี้เป็นวิธีการทำกุยช่ายตลาดพลูที่ครบทุกขั้นตอน ทำให้เราสามารถนำไปทำกินเองที่บ้านได้สบายๆ ตามนี้

วัตถุดิบและส่วนผสม

ผักกุยช่าย 500 กรัม

แป้งมัน 1/2 ถ้วย

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย

ผงฟู (baking powder) ครึ่งช้อนชา

น้ำเปล่าต้มเดือด 1 1/2 ถ้วย

เกลือ 1/2 ช้อนชา

น้ำมัน 1/2 ถ้วย

เครื่องปรุงน้ำจิ้ม

ซีอิ้วหวาน 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูตำละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำกุยช่ายตลาดพลูแป้งบาง

นำผักกุยช่ายมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในชาม

ใส่ผงฟู (Baking Powder) และเกลือ ลงไป แล้วขยำให้เข้ากัน จนผักนิ่ม

ใส่น้ำมันพืชตามลงไปคลุกให้เข้ากัน จากนั้นเทผักใส่กระชอน เพื่อให้ผักสะเด็ดน้ำมัน เวลาใส่แป้งน้ำมันจะได้ไม่เยิ้ม

เอาแป้งข้าวเจ้ามาผสมกับแป้งมันในชาม แล้วคนให้เข้ากัน

ต้มน้ำร้อนจนเดือดจัด แล้วนำมาเทลงในแป้งเล็กน้อย คนแป้งไปเรื่อย ๆ จนแป้งเริ่มเหนียว แล้วจับตัวกันดี

นำแป้งมานวดมือต่อ เอาแป้งมันมาโรยบนเขียง ทามือ เพื่อไม่ให้แป้งติดมือ ค่อยๆ นวดไปเรื่อยๆ

เมื่อนวดจนแป้งเนียนดีแล้ว ดึงแป้งออกมาตามขนาดที่เราต้องการ บีบ หรือใช้ไม้รีด ให้เป็นแผ่น แบนๆ กลมๆ

จากนั้นนำผักกุยช่ายที่เราเตรียมไว้ มาวางลงตรงกลางแผ่นแป้ง แล้วห่อแบบจีบด้านหน้า หรือแบบรวบก้น แล้วคว่ำเป็นก้อนกลมๆ ด้านบน ก็ได้ตามสะดวก

นำซึ้งเตรียมไว้แล้วเอาใบตองมารองกุยช่าย จัดเรียงกุยช่ายให้ห่างกันเล็กน้อย เพราะเวลากุยช่ายจะขยายตัวนิดหน่อย จากนั้นนึ่งประมาณ 15 นาที กุ่ยช่ายตอนสุก ร้อน ๆ

วิธีทำน้ำจิ้มกุยช่าย

เทซีอิ้วดำรสหวาน ตามด้วยน้ำส้มสายชู

เติมน้ำตาลทรายลงไป

ใส่พริกขี้หนูตำละเอียด

คนให้เข้ากัน แล้วชิมร

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ “ขนมกุยช่าย” ร้อนๆ แป้งบางๆ นุ่มๆ รสชาติอร่อย มาทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดแล้ว

คุณสามารถทำขายเป็นอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ก็ได้ หรือจะทำทานกันในครอบครัวก็ได้ เพราะมันทำง่ายมากค่ะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : มันต้องบอกต่อ.com

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here