“ธนาคาร” ทยอยปิดสาขาทั่วประเทศ

0
446
Loading...

มาพบกันเหมือนเดิมอีกเช่นเคยกับสาวย้อ พลัดถิ่นแห่งเพจอัพยิ้มคนเดิม และวันนี้ก็มีข่าวสารบ้านเมืองมาให้ได้ติดตามกันจ้า งานนี้ต้องบอกเลยว่าพนักงานธนาคารหลายท่านต้องคอตกแน่ๆเพราะจู่ๆ ก็แห่พากันปิดสาขาทั่วประเทศ เพราะเป็นการปรับปรุงของธนาคารเพื่อให้ เพื่อให้ลูกค้าหันไปใช้โมบายล์และอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งให้มากขึ้น เพื่อความเจริญเติบโตทางด้านที่รวดเร็วมากขึ้น ได้ยินแบบนี้แล้วสาวย้อ พลัดถิ่นก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นในรูปแบบไหน งั้นเราไปชมเนื้อหาเพิ่มเติมกันเลยจ้า

แนวโน้มธนาคารพาณิชย์จะเริ่มมีการปิดสาขามากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป มีการนำเทคโนโลยีมาให้บริการทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการทบทวนจำนวนเครือข่ายที่ตั้งสาขา ย้ายสถานที่ และเพิ่มช่องทางการให้บริการผ่าน โมบายแบงก์กิ้ง หรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ตลอดจนการนำเครื่องอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ด้วยตนเองด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง มีความสะดวกสบายโดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานจำนวนสาขาธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบล่าสุดในเดือน ก.ย. 2560 พบว่าทั่วประเทศมีสาขาลดลงทั้งสิ้น 192 แห่ง เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จาก 7,033 แห่ง เหลือ 6,841 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงของสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 81 แห่ง จาก 2,155 แห่ง เหลือ 2,074 แห่ง ซึ่งการลดลงส่วนใหญ่เป็นสาขาในเขตกรุงเทพฯ อันดับ 1 คือ ธนชาต ลดลง 36 แห่ง อันดับ 2 คือ กรุงไทย ลดลง 22 แห่ง และอันดับ 3 คือ กสิกรไทย ลดลง 12 แห่ง

ด้านภาคกลางสาขาลดลงรวม 39 แห่ง จาก 2,220 แห่ง เหลือ 2,181 แห่ง ซึ่งในเขตนี้พบว่ากรุงไทยลดลงมากที่สุด อันดับ 2 คือ กสิกรไทย และอันดับ 3 คือ ธนชาต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสาขาลดลงรวม 28 แห่ง โดยลดลงอันดับ 1 คือ กสิกรไทย รองลงมาคือ กรุงไทย และอันดับ 3 คือ ธนชาต

สำหรับภาคเหนือสาขาลดลงรวม 23 แห่ง อันดับ 1 คือ กสิกรไทย อันดับ 2 คือ กรุงไทย และอันดับ 3 คือ ธนชาต ส่วนภาคใต้สาขาลดลงรวม 21 แห่ง โดยมีกรุงไทยและธนชาตที่สาขาลดลง

วิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า การปรับลดลงของสาขาธนาคารพาณิชย์เป็นแนวโน้มปกติ ที่ตอบรับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ในระยะต่อไปธนาคารอาจเห็นการปรับรูปแบบสาขา เพื่อตอบรับความต้องการลูกค้าในแต่ละประเภทมากขึ้นด้วย โดยรูปแบบและจำนวนสาขาในอนาคตจะยิ่งปรับสู่จำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องตามพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม แต่ละประเภทมากขึ้น

“ปัจจุบันลูกค้าแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการที่แตกต่างกัน มีผลให้แบงก์ปรับรูปแบบสาขาให้ตรงตามความต้องการและตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น เช่น ลูกค้ากลุ่มเจนวาย หรือ มิลเลนเนียล ที่ต้องการความรวดเร็ว เข้าถึงง่าย แบงก์ก็อาจมีสาขาอยู่ในจุดที่เข้าถึงง่าย ให้บริการแบบบริการตัวเอง เป็นต้น”วิเรขา กล่าว

ทั้งนี้ รายงาน ธปท. ระบุว่า แนวโน้มสาขาน่าจะลดลงต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหันไปทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งและโมบายแบงก์กิ้งเพิ่มขึ้น ทำให้การใช้บริการทางการเงินที่สาขาธนาคารลดลง โดยล่าสุด ณ สิ้นปี 2559 ที่ผ่านมา มีจำนวนบัญชีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง 15 ล้านบัญชี มีมูลค่าธุรกรรมรวม 24 ล้านล้านบาท และโมบายแบงก์กิ้ง 21 ล้านบัญชี มีมูลค่าธุรกรรมรวม 5.84 แสนล้านบาท

ที่สำคัญ ธปท.ยังมองว่าในอนาคตหากธนาคารพาณิชย์ปรับตัวได้ดี กระทั่งต้นทุนการให้บริการลดลงจากการปิดสาขาที่ไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ จะส่งผลดีต่อการคิดค่าธรรมเนียม รวมไปถึงการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำลงในระยะต่อไป แม้ปัจจุบันส่วนต่างดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายสุทธิจะยังไม่ลดลง โดยเฉลี่ยไตรมาสปีนี้ยังทรงอยู่ที่ 2.62% จากความเสี่ยงเครดิตยังสูงตามภาระการจัดการหนี้เสียที่ยังไม่ลดลง ซึ่งในอนาคตหากต้นทุนการดำเนินงานลดลง ราคาต้นทุนการระดมทุนที่เคยบวกค่าโสหุ้ยเหล่านี้เผื่อไว้สูงจะทยอยปรับลดลงในที่สุด

ธปท. เผย 7 เดือน แบงก์พาณิชย์ปิดสาขาเพิ่มอีก 126 สาขา 3 ค่ายใหญ่ปิดสาขามากสุด “กรุงไทย-กสิกรไทย-ธนชาต” ด้านแบงก์ดิ้นปรับตัวรับเทรนด์ทำธุรกรรมออนไลน์พุ่ง แห่เปิดสาขาอัตโนมัติ ทดแทนสาขาแบบเดิม

รายงานข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับตัวเลขสาขาของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (สิ้น ก.ค. 2560) ได้มีการปิดสาขาแล้วทั้งสิ้น 126 สาขา ทำให้จำนวนสาขาลดลงมาอยู่ที่ 6,890 สาขาจากสิ้นปี 2559 ที่มี 7,016 สาขา

โดยธนาคารที่มีจำนวนสาขาลดลงมากที่สุดในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา 3 อันดับแรก คือ ธนาคารกรุงไทย สาขาลดลง 60 สาขา มาอยู่ที่ 1,153 สาขา จาก 1,213 สาขา ณ สิ้น ธ.ค.ปีก่อน รองลงมาคือธนาคารกสิกรไทย สาขาลดลง 50 สาขา มาอยู่ที่ 1,059 สาขา จาก 1,110 สาขา และสุดท้ายคือ ธนาคารธนชาต สาขาลดลง 50 สาขา มาอยู่ที่ 543 สาขา จาก 593 สาขา

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าบุคคล และผู้บริหารสูงสุดเครือข่ายสาขา ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปีนี้คงเห็นธนาคารมีการปิดสาขาเพิ่มขึ้นบ้าง ในส่วนที่เป็นสาขารูปแบบเดิมในบางทำเลที่ไม่ตอบโจทย์และมีการทำธุรกรรมการเงินน้อย ขณะเดียวกันจะพิจารณาการพัฒนาไปสู่สาขารูปแบบใหม่ ๆแทน ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารมีสาขาอยู่ทั้งสิ้น 1,170 สาขา

โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบสาขาใหม่ เนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้บริการทางการเงินที่เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยหันไปสู่การทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น ทำให้ปัจจุบัน การทำธุรกรรมทางออนไลน์เพิ่มขึ้น 121% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนการทำธุรกรรมผ่านเครื่องอัตโนมัติเพิ่มขึ้น 8% แต่การทำธุรกรรมที่สาขาลดลง 8% ดังนั้น ธนาคารจึงได้ทำการเปิดสาขาอัตโนมัติรูปแบบใหม่ หรือ SCB Express เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ซึ่งสาขาใหม่นี้สามารถทำหน้าที่ใกล้เคียงกับสาขาเดิม และทำธุรกรรมการเงินได้ครอบคลุมถึง 85% เมื่อเทียบกับสาขารูปแบบเดิม

สำหรับปัจจุบันสาขาใหม่ดังกล่าวเปิดแล้ว 4 แห่งที่เมกาบางนา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ แฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา และเดอะมอลล์ ท่าพระ ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่นี้ให้ได้ 15 สาขา และจะขยายเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2561 อีก 200-300 สาขา เพื่อทดแทนหรือแทนที่สาขารูปแบบเดิม

นายเชิดชัย ชมภูนุกูลรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริการสายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารได้มีการลดสาขาลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีนี้น่าจะเห็นการปิดสาขารวม ๆ แล้วใกล้ 100 สาขา จาก ณ สิ้นปีก่อนที่มีสาขาอยู่ที่ 1,200 สาขา ซึ่งเหตุผลสำคัญมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ไปสู่ธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น ทำให้ธนาคารต้องปรับตัวและนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่มากขึ้น

ล่าสุดธนาคารอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันเพื่อปรับรูปแบบสาขาธนาคารใหม่ให้ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น เช่น ภาคธุรกิจ รายย่อย หรือในทำเลที่มีการทำธุรกรรมสูง รวมไปถึงการนำตู้อัตโนมัติเข้ามาแทนที่การทำธุรกรรมการเงินแบบเดิม ๆ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มชัดเจนขึ้นภายในไตรมาสที่ 3 หรือต้นไตรมาสที่ 4 นี้

นายสนอง คุ้มนุช รองกรรมการผู้จัดการ สายเครือข่ายลูกค้ารายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ธนาคารธนชาต กล่าวว่า ในปีนี้ ธนาคารยังไม่มีนโยบายปิดสาขาเพิ่ม โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาอยู่ 543 สาขา เนื่องจากธนาคารอยู่ระหว่างการประเมินการทำธุรกรรมทางสาขาว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร ประกอบกับธนาคารอยู่ระหว่างการประเมินการนำเอาตู้อัตโนมัติ อาทิ Thanachart Express และ Thanachart Next เข้ามาติดตั้งเพิ่มในจุดต่าง ๆ แทนที่สาขาเดิม ๆ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นรูปแบบสาขาชัดเจนขึ้นในสิ้นปีนี้

เป็นอย่างไรกันบ้าง ก่อนอื่นก็ต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนนะคะ ท่านทั้งหลายจะได้ไม่ต้องตกข่าว บางทีที่ธนาคารต้องปิดสาขาลงก็เพราะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ส่วนเรื่องนี้จะมีความคืบหน้ายังไงนั้น สาวย้อ พลัดถิ่นแห่งเพจอัพยิ้มจะรีบมาอัพเดทให้ทุกคนได้ติดตามกันต่อไปนะคะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : md.upyim.co

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนีี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here